[SF]✪~Rabbit on the Moon ~✪[ SP Tanabata ]

posted on 15 Aug 2013 23:38 by nalikakeaw in Shortfic

Title       :               Rabbit on the moon SP [ Tanabata ]

 

Writer  :               Nalikakeaw

 

Pairing  :               KoyaShige,YamaYuma, HaruYuya ,Okadai  & SP Guest  Kusa x Yuya

 

 

 

 

 

เครดิตภาพประกอบน่ารักๆจากแป๋ม  Zig-gaza Aun-Aun OkamoRi  จ้าาา

 

[SF]✪~Rabbit on the Moon ~✪ [Daddy part]

 

                ค่ำคืนที่เจ็ด..ในเดือนเจ็ดปีนี้   นางฟ้าแสนงดงามองค์หนึ่ง  นามว่าโอริฮิเมะ ได้เดินทางมาถึง  อามาโน คาวา  แม่น้ำสายใหญ่แห่งสวรรค์  เพื่อรอพบ ฮิโคโบชิ ชายผู้เป็นที่รักของเธอดังเช่นทุกปี   ทั้งคู่ถูกโทษทัณฑ์ให้พรากจาก  ด้วยเหตุที่ละเลยต่อหน้าที่ของตน  โอริฮิเมะ  หลงลืมการทอผ้า  ฮิโคโบชิละเลยต่อฝูงวัวแห่งสวรรค์

 

 

                แต่ทัณฑ์นั้นยังมีข้อยกเว้น  หากทั้งคู่  ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี  สวรรค์จะมอบโอกาสให้พบกันได้ปีละครั้งที่แม่น้ำแห่งนี้  ซึ่งทั้งสองได้ทำตามและได้พบกันด้วยดีเสมอมา

 

 

                แต่นอกเหนือจากโอริฮิเมะแล้ว  ยังมีนางฟ้าอีกองค์หนึ่ง  ยังคงรอคอย..จะได้พบใครสักคนเช่นกัน

 

 

นางฟ้าแสนงาม นามว่ายูยะนั่งลงริมฝั่งแม่น้ำ  รอคอยเวลาที่ใครคนนั้นจะมาถึงอีกฟากฝั่ง  และเมื่อเขามา  เหล่าเพื่อนที่แสนดี  ฝูงนกกางเขนตัวน้อย  จะต่อปีกเป็นสะพานข้ามแม่น้ำให้ 

 

 

                นางฟ้าแสนสวยหยิบผ้าทอผืนหนึ่ง  ลาดลงข้างกายเป็นทางยาว  ผ้าผืนนี้ยูยะตั้งใจทอเพื่อมอบเป็นสิ่งตอบแทนในน้ำใจให้เพื่อนตัวน้อย เหล่าฝูงนกกางเขนบินร่อนลงมาซุกตัวลงในผ้าอย่างยินดี  ประสานเสียงร้องเพลงรอคอยอยู่เคียงข้างนางฟ้าแสนสวย

 

 

                นางฟ้ายูยะยังมีผ้าทออีกผืน..จะมอบให้ใครคนหนึ่ง  ที่กษัตริย์แห่งท้องฟ้าจะประทานมาให้เป็นคู่ครอง

 

 

                ผ้าทอของนางฟ้าปีนี้..บางเบา ทอประกายสีเงินเรืองรอง ด้วยวัสดุที่นำมาทอผ้านั้น  นำมาจากดาวดวงหนึ่ง  ที่มักทอแสงสีเงินเป็นหนึ่งเดียวบนฟากฟ้าในยามค่ำคืน

 

 

                แต่กว่าจะได้ทั้งสองผืนนี้มา  นางฟ้าก็ต้องเสียน้ำตา  จนเกือบทำน้ำท่วมดาวดวงนั้นเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

               

 

 

                นานแสนนานมาแล้วที่ยูยะทุ่มเทมุ่งมั่นอยู่กับการทอผ้าถวายแด่กษัตริย์แห่งท้องฟ้า  ผ้าทุกผืนที่ทอสำเร็จนั้นเป็นที่พอใจ แต่ยูยะกลับรู้สึกว่าตนไม่มีความสุขเลย  ชีวิตที่มีแต่การทอผ้านั้นช่างเดียวดายนัก  ยูยะจึงได้รับพรจากกษัตริย์ข้อหนึ่งว่า

 

 

                หากยูยะสามารถทำหน้าที่ของตนได้เป็นอย่างดี  เป็นที่น่าพอใจ  ยูยะจะได้พบกับผู้ที่ชะตาได้กำหนดมาให้เป็นเนื้อคู่ในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดของปีต่อไป

 

 

                หลังจากที่มุ่งมั่นอยู่กับการทอผ้าเพื่อถวายแด่กษัตริย์แห่งท้องฟ้าเป็นเวลาเกือบปี  ผ้าผืนงามก็ทอสำเร็จ  นางฟ้ายูยะ   จึงเดินทางจากริมฝั่งแม่น้ำแห่งสวรรค์ไปพบกษัตริย์แห่งท้องฟ้าทันที  แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย  ที่ระหว่าทางนั้น  ยูยะได้ตัดสินใจจะไปเยี่ยมเยือนสหายผู้หนึ่งก่อน

 

 

                ชิเงะมิโกะ...ที่อยู่อย่างเดียวดายบนดวงจันทร์  ยูยะ ไม่ได้มาเยี่ยมชิเงะมานานสองร้อยปีแล้ว

 

 

                แต่เพียงก้าวแรกที่เหยียบลงบนดวงจันทร์  ยูยะก็รับรู้ได้ทันทีว่าชิเงะมิโกะไม่ได้เดียวดายอีกต่อไป

 

 

                ออกจะ...มีชีวิตที่วุ่นวายเสียด้วยซ้ำ

 

 

                “เอ่อ..นี่ลูกๆของฉัน กับเพื่อนๆ แล้วก็พี่เลี้ยงเด็กน่ะ”

 

 

                ทีแรก..ยูยะแยกไม่ออกว่า คนไหนเป็นลูกของชิเงะ คนไหนเพื่อนลูก  คนไหนพี่เลี้ยง  แต่หลังจากยืนงงอยู่ไม่นานก็พอจะเดาได้ว่าบรรดาเด็กหนุ่มที่คอยวิ่งตามนั่นคงจะเป็นเหล่าพี่เลี้ยงเด็กแน่ๆ

 

 

                “แล้วนี่ก็...พ่อของลูกฉันเอง”

 

 

                ยูยะมองชายหนุ่มร่างสูง สวมชุดกิโมโนสีเทาลายริ้วสีดำที่ยืนยิ้มตาตี่ แล้วหันกลับไปมองชิเงะที่ยืนหน้าแดงอายม้วนอยู่ข้างกัน แล้วก็ทำให้นึกถึงตนเองบ้าง  หากว่าปีนี้ยูยะได้พบคู่ครอง...จะมีลูกวิ่งเล่นเป็นโขยงแบบนี้ไหมนะ

 

 

                “มองอะไรอยู่เหรอยูยะ?”

 

 

                เสียงของชิเงะใสเย็นเหมือนน้ำแข็งบนดวงจันทร์  ความเย็นยะเยือกนั่นเตือนยูยะให้รู้สึกตัวว่าไม่ควรจ้องสามีเพื่อนนานไปกว่านี้

 

 

                “แหม~ชิเงะอ่ะ  ฉันแค่กำลังคิดว่าอยากมีเนื้อคู่หล่อๆแบบชิเงะมั่งต่างหาก”

 

 

                “ถ้ามองนานกว่านี้ฉันอาจจะสาปให้ยูยะมีเนื้อคู่เป็นหมีป่าก็ได้นะ”  พูดเล่นๆ แต่ยูยะก็ไม่รู้ว่าชิเงะแอบแช่งในใจไปแล้วหรือยัง  ยูยะไม่อยากได้สามีเป็นหมีป่า  เลยเปลี่ยนไปคุยเรื่องผ้าแทน  แต่พอจะหยิบผ้าทอของตัวเองขึ้นมาอวดเท่านั้นแหละ  ยูยะก็นึกอยากให้ตนเองถูกคำสาปของชิเงะเสียยังจะดีกว่า

 

 

                เพราะผ้าผืนงามที่เตรียมจะนำไปถวายแด่กษัตริย์หายไปแล้ว!!!

 

 

                “ผ้าหาย!?”

 

 

                ยูยะร้องไห้เพราะกลัวว่าตนเองจะถูกลงโทษให้ทอผ้าอยู่บนคานแห่งสวรรค์ไปจนตาย  แต่ชิเงะมิโกะคิดว่าผ้าทอผืนนั้นคงจะตกอยู่ที่ไหนสักที่บนดวงจันทร์นี้   ปัญหาที่น่ากลัวก็คือ.. ผ้าผืนนั้นจะตกไปอยู่ในมือของใครแล้วหรือยัง

 

 

“อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นเลย  ชิเงะ   ถ้าผ้าผืนนั้นอยู่บนดวงจันทร์  ก็ใช้เวทมนตร์เรียกมาได้ใช่มั๊ย”

 

 

                ชิเงะมิโกะหันไปพยักหน้าให้คนรัก  ก่อนจะหลับตา  ตั้งสมาธิร่ายมนต์ด้วยความร้อนใจ

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

               

 

 

                ยูยะยืนกระวนกระวายอยู่ริมทะเลสาบสีเงิน  หลังจากชิเงะมิโกะร่ายมนต์ได้แป๊บเดียว  ทั้งสามก็ได้ยินเสียงหวือเหมือนอะไรสักอย่างกำลังบินฝ่าอากาศมาทางนี้   ยูยะเงยมองไปยังทิศทางต้นเสียงด้วยความดีใจ

 

 

                “นั่นไงผ้าทอของ-“

 

 

                พูดไม่ทันจบยูยะ  ชิเงะ  และโคโค่ก็ต้องพากันกระโดดหลบให้พ้นทาง  หลังจากนั้นวินาทีเดียว  ผ้าทอของยูยะก็หล่นลงบนผืนหญ้าสีเงินเสียงดังโครม   ทั้งสามอ้าปากค้างด้วยความตกใจ  เพราะในผืนผ้าที่ตกลงมานั้น  ยังมีสิ่งมีชีวิต....ที่ดูเหมือนจะหลายชีวิต  พันอีรุงตุงนังติดผ้าทอมาด้วย

 

 

                นางฟ้ายูยะมองกองผ้าผืนสวยที่ทุ่มเทกายใจทอมามาเกือบปี  บัดนี้ผ้าทอทั้งยับย่นเป็นริ้วรอยและเต็มไปด้วยฝุ่นผงสีเงินจากทรายบนดวงจันทร์ฝังแน่นแบบที่ต่อให้ทำความสะอาดอย่างไรก็ไม่มีวันจาง

 

 

                “เกิดอะไรขึ้นนี่??”

 

 

                ชิเงะและโคโค่ไม่ต้องอาศัยความจำดีเลิศ  ก็พอจะเดาได้ว่าหลายชีวิตที่กำลังดิ้นตุ๊บตั๊บโอดครวญอู้อี้อยู่ในกองผ้าเป็นใครบ้าง 

 

 

                “โอ๊ย!!! เคนจังอย่ามาเตะเค้าสิ”

 

 

                “ไม่ใช่ซะหน่อย ฟูจังนั่นแหละเหยียบหัวเค้า”

 

 

                “เปล่านะ  นั่นเท้าของยูมะต่างหาก”

 

 

                “โดนทับแบนอย่างงี้จะไปเหยียบใครได้ล่ะ  ยูโกะจังลุกขึ้นซักทีสิ  เค้าหายใจไม่ออก”

 

 

                “ลุกยังไงล่ะ  ฮคจังนั่งทับขาเค้าอยู่เนี่ย”

 

 

                “ผ้าพันกันไปหมดเลย  เค้าลุกไม่ได้ง่ะ”

 

 

                “งั้นก็เอาผ้าออกสิ”

 

 

                จากนั้นแสงสีเงินก็สว่างวาบ.....ตามด้วยเสียงผ้าขาด

 

 

                และเสียงร้องโหยหวนจากร่างบางที่ลงไปนอนร้องไห้ชักดิ้นชักงอจะขาดใจบนพื้นหญ้า  ภาพของยูยะนางฟ้าแสนสวยหายวับไปในบัดดล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

               

 

 

                ชิเงะเดินย่ำผืนหญ้าสีเงินไปมาด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างที่สุด  ดวงตากลมๆตวัดมองลูกๆจอมซนที่นั่งทับผ้าทอของยูยะที่ตอนนี้ขาดวิ่นเป็นหลายส่วน  สลับกับมองเจ้าของผ้าตัวจริงที่ยังนั่งร้องไห้กระหงืดๆซบหน้ากับท่อนแขนเจ้าแมวโคโค่ในร่างมนุษย์อยู่ไม่ห่าง

 

 

                ชิเงะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะจัดการเรื่องไหนก่อนดี

 

 

                หลังจากที่ลูกๆรุ่นแรก  อันได้แก่  เคนโตะ ฟูมะ ยูมะ โฮคุโตะ และยูโกะ  ได้แสดงอภินิหารฉีกผ้าทอของยูยะเสียจนไม่มีชิ้นดีแล้ว  ชิเงะจึงได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจาก ยามะ ชี่น้อย และ