[SF] Don’t know me, Don’t know you

posted on 02 Jul 2013 00:40 by nalikakeaw in Shortfic

Title :  [SF] Don’t know me, Don’t know you

 

Writer  :  Nalikakeaw

 

Pairing  : Takainoo

 

 

ฟิคเรื่องนี้มีแรงบันดาลใจมาจากเพลงที่เพราะมากเพลงหนึ่งค่ะ คิดพล็อตมานานแล้วแต่เพิ่งจะเขียน  เป็นฟิคสั้นมากอีกเรื่องหนึ่ง

 

 

 

                ถนนสายนี้ยาวเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดเลย...

 

 

                ปลายทางของถนนสายนี้ไม่มีจุดหมายหรือไงนะ..

 

 

                ไม่หรอก..

 

 

                ถนนทุกสาย..ทุกเส้นทาง  ไม่ว่าใกล้หรือไกลก็ย่อมมีปลายทางทั้งนั้น  ตัวเขาเองต่างหากที่กำลังเดินอย่างไม่มีจุดหมาย    ขาเพรียวนำพาร่างสูงในเสื้อยืดสีเขียวหม่นกับกางเกงสีกากีเดินไปเรื่อยๆ  ไม่สนใจผู้คนรอบกาย  หนีห่างจากความวุ่นวายรอบข้าง 

 

 

                ในทุกครั้งที่ก้าวไปข้างหน้า  เขาหวังจะทิ้งอารมณ์สับสนมากมายไว้กับรอยเท้าเบื้องหลัง   แต่ยิ่งเดิน .. ความรู้สึกเหล่านั้นยิ่งเกาะกุมหนักอึ้งอยู่ในใจ

 

 

                เขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเล็กๆ  ที่จะต้องมานั่งน้อยใจที่วันเกิดของเขาปีนี้ไม่มีใครสนใจ  พ่อแม่ต้องไปธุระสำคัญที่ต่างจังหวัด  น้องสาวไปทัศนศึกษา คืนนี้ทั้งคืนเขาต้องอยู่บ้านคนเดียว

 

 

                ตอนแรกเขาไม่ได้คิดอะไรมาก  แต่พอโทรฯไปหาเพื่อนรัก  เพื่อนกลับติดงานมาหาไม่ได้  ส่วนแฟนสาวก็เพียงแค่ส่งเมลล์มาบอกว่าติดธุระยุ่ง  แต่ก่อนหน้าที่เธอจะส่งเมลล์มา เขายังเห็นแฟนสาวของเขาเดินช็อปปิ้งสนุกสนานอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆในย่านศูนย์การค้า  เมื่อเขาลองโทรฯหาเธอ  กลับไม่มีคนรับสาย

 

 

                ภาพที่แฟนสาวโยนโทรศัพท์ลงในกระเป๋าสะพายโดยไม่สนใจ  ทั้งที่เห็นแล้วว่าเขาโทรฯหา   มันทำให้ความรู้สึกหลากหลายที่เกิดขึ้นตอนเช้า  ตั้งแต่ตอนที่เขาตื่นมาพบว่าไม่มีใครอยู่ในบ้าน  ครอบครัวไม่ได้อยู่รอทักทายหรือบอกลา  ไม่มีแม้แต่กระดาษโน้ตที่เขียนข้อความถึงเขา  หรือตอนที่ฮิคารุพูดกับเขาไม่กี่คำแล้วรีบวางสาย

 

 

                มันทำให้เขารู้สึกแย่.. รู้สึกว่าตัวเองไร้ความสำคัญ  จนต้องพยายามสงบอารมณ์โดยการไปนั่งในร้านกาแฟ  แต่ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็จ่ายเงินและออกจากร้านโดยที่กาแฟที่สั่งมาไม่ได้พร่องลงไปแม้แต่น้อย

 

 

               

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

                 เคย์หยุดเดินเมื่อมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง  เมื่อมองเห็นสถานที่นั้นชัดๆ  จึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้เดินมาอย่างไร้จุดหมาย  ในใจเขาต้องการสถานที่สงบเงียบสักแห่ง  เพื่อที่จะขบคิดหาทางขจัดอารมณ์ไร้สาระที่รบกวนใจ

 

 

                สองข้างทางมีต้นไม้ขึ้นเรียงราย  แต่สีสันของต้นไม้เหล่านั้นกลับดูหมองหม่น  อาจเป็นเพราะท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆสีเทาครึ้มฝนอยู่ก็เป็นได้

 

 

                เคย์เดินลึกเข้าไปในสวนสาธารณะ  มองหามุมเงียบๆ  แต่ที่นั่งในมุมเงียบนั้นกลับมีคู่หนุ่มสาวแอบอิงแนบชิดกันเสียหมด   ทำให้เคย์ต้องเดินออกจากตรงนั้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

 

 

                สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกทิ้งตัวลงบนสนามหญ้ากว้าง  นอนมองก้อนเมฆสีเทาที่เคลื่อนไปช้าๆ พลางทบทวนความรู้สึกของตัวเอง

 

 

                เมฆเริ่มรวมตัวใหญ่ขึ้น  เป็นสีเทาเข้มขึ้น  และเคลื่อนช้าลง  เคย์ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่กระทบกับทางเดินปูด้วยหิน ใกล้เข้ามา และห่างออกไปอย่างรีบเร่ง  จนกระทั่งเขาได้อยู่กับความเงียบงันอย่างที่ต้องการ..

 

 

                ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน  แต่ท้ายที่สุด  เคย์ก็ยิ้มจนเกือบจะกลายเป็นหัวเราะ  พร้อมๆกันกับที่สายฝนเริ่มโปรยปราย ลงมา

 

 

                โง่ชะมัด..  ก็แค่วันเกิดน่ะ  ถ้าคิดว่ามันเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง  การที่พ่อแม่และน้องสาวจะทิ้งให้เขาอยู่บ้านคนเดียวก็ไม่เห็นจะเป็นไร  ฮิคารุ  ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทมากแค่ไหน  ก็ไม่ได้มาเจอกันทุกวันสักหน่อย  ถึงช่วงนี้หมอนั่นจะติดแฟนแต่ก็ไม่ได้ลืมเพื่อนอย่างเขาเลย   ส่วนแฟนสาวของเขา  เขาเริ่มรู้สึกว่าต่างคนก็ต่างมีชีวิตอยู่ในโลกสองใบที่ค่อยๆห่างออกจากกันมานานแล้ว 

 

 

                “ถ้ายังนอนอยู่อย่างนี้..จะเป็นหวัดนะ”

 

 

                อยู่ๆร่างสูงของคนแปลกหน้า กับร่มพลาสติกสีใสก็ปรากฏเข้ามาในสายตา  เคย์ไม่รู้จักคนตรงหน้า  แต่ก็ยอมจับมือที่ยื่นมาหา  ยอมให้อีกฝ่ายดึงเขาลุกขึ้น

 

 

                ใต้ร่มสำหรับหนึ่งคน  สองคนยืนเบียดกันท่ามกลางหยดน้ำเย็นๆที่ตกลงมาไม่ขาดสาย  เคย์รู้สึกได้ถึงไออุ่นของคนแปลกหน้า  ได้กลิ่นหอมที่ชวนให้รู้สึกถึงความอบอุ่นของบ้าน  สิ่งเหล่านี้หรือเปล่าที่ทำให้เคย์ไม่รู้สึกรังเกียจเมื่ออีกฝ่ายเช็ดหยดน้ำที่แก้มให้ด้วยปลายนิ้ว

 

 

                แล้วแก้มใสก็เริ่มร้อน.. อยู่ๆก็รู้สึกอาย  เคย์ละสายตาจากรอยยิ้มของคนแปลกหน้า ก้มลงมองผืนหญ้าแวววามแทน  ความคิดเริ่มสับสนอีกครั้ง  แต่คราวนี้เป็นเพราะความจริงใจคนแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างกัน  นัยน์ตาคู่นั้นแสดงออกว่าห่วงใยทั้งๆที่ไม่เคยรู้จัก

 

 

                “ยิ้มได้แล้วสินะ”

 

 

                เคย์กระพริบตา  ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังยิ้ม  แต่พอรู้แล้วก็ยิ้มมากขึ้นอีก 

 

 

                “ทีนี้ก็หมดห่วงแล้ว”

 

 

                อยู่ๆ  ความรู้สึกหงอยเหงาที่เคย์คิดว่าสลัดออกจากใจไปได้แล้ว  ก็หวนคืนกลับมา 

 

 

               “อย่าเพิ่งไปได้ไหม”

 

 

               เคย์เอื้อมมือไปรั้งคนแปลกหน้าไว้  รู้สึกอายที่ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ  เมื่ออีกฝ่ายหันมาอีกครั้ง  ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นพลันหายไป

 

 

ใบหน้าของคนไม่รู้จักใกล้เข้ามา  ราวกับเป็นภาพช้ากลางสายฝน  เคย์หลับตาลง  ยอมรับริมฝีปากอบอุ่นที่ประทับลงมาอย่างไม่นึกรังเกียจ   เสี้ยววินาทีแสนสั้นที่อยากให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน  หากแต่แม้ลืมตาแล้วพบว่าไม่เป็นดังหวัง  เคย์ก็ยังรู้สึกอิ่มเอิบในหัวใจ  เพราะคำพูดสุดท้ายของคนแปลกหน้า  ก่อนที่จะลาจากกันไปท่ามกลางสายฝนพรำ

 

 

“ขอให้มีความสุขนะ”

 

 

 

 

               

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

 

                ยูยะยืนใจเต้นอยู่หน้าประตูร้านกาแฟเล็กๆที่ร่วมหุ้นลงทุนเปิดกับเพื่อนอีกสองคน   วันนี้ร้านเปิดสายไปหนึ่งชั่วโมง  เพราะยาบุไปซื้อของเข้าร้านกับฮิคารุ  ส่วนตัวเขาก็เกิดครั่นเนื้อครั่นตัวทำให้ตื่นสาย  แต่หลังจากที่เตรียมของเสร็จ กำลังจะเดินไปพลิกป้ายที่แขวนอยู่ตรงไประตูหน้าให้เป็นคำว่า “OPEN”   ยูยะก็นึกอยากจะลาป่วยไปเสียเลย

 

 

                คนที่ยูยะไม่เคยรู้จัก  เพียงแค่เห็นหน้ากันครั้งแรกเมื่อวาน  คนที่สั่งกาแฟแต่ไม่ได้ดื่ม  คนที่เดินออกจากร้านด้วยสีหน้าหมองเศร้า  จนยูยะอดห่วงไม่ได้  ต้องเดินตามไป

 

 

                ยูยะละสายตาจากแผ่นหลังบอบบางที่เดินนำไปอย่างไร้จุดหมายไม่ได้เลย  นับตั้งแต่ออกจากร้านจนกระทั่งร่างบางทอดตัวลงนอนบนผืนหญ้าใต้ท้องฟ้าหม่น  ตอนที่ยูยะออกไปหาซื้อร่มกลับมาฝนก็เริ่มตกแล้ว  แต่ร่างบางก็ยังนอนอยู่ที่เดิม  

 

 

                เพราะกลัวว่าร่างบางจะตากฝนจนเป็นปอดบวม  ยูยะจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปทัก  เอื้อมมือไปหามือของคนที่ไม่รู้จัก ดึงให้ลุกขึ้นยืน  ทั้งๆที่ใจสั่น  แต่ก็ยังยืนอยู่ด้วยกันใต้ร่มคันเล็ก  รอจนรู้สึกว่าอีกฝ่ายสบายใจขึ้น ยูยะก็ตั้งใจจะลา

 

 

                แต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจ...

 

 

                เพราะเมื่อหันกลับมาพบกับสายตาเหงาๆ   ก็ทำให้ยูยะเผลอ..ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำกับคนไม่รู้จัก

 

 

                ความหวานของริมฝีปากนั้น..ยังไม่ลบเลือน

 

 

                ยูยะตั้งใจจะหยุดความรู้สึกเอาไว้แค่นั้น..จึงเดินจากมา  แต่แล้วคนแปลกหน้าที่เขาจูบลึกซึ้งให้เมื่อวาน  กลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าร้าน  ทำให้ยูยะที่ยืนอยู่อีกฝั่งของประตูใจเต้นระรัวพอๆกับลนลานทำอะไรไม่ถูก  โชคดีที่เขายังไม่ได้หมุนป้ายหน้าร้าน  ร่างบางจึงยังยืนรออยู่ด้านนอก

 

 

                แต่โชคไม่เข้าข้างยูยะอยู่นานนัก  เมื่อหุ้นส่วนของร้านอีกสองคนมาถึง  ยูยะวิ่งตาเหลือกกลับไปที่เคาท์เตอร์คิดเงิน  ค้นข้าวของจากกระเป๋าของตัวเอง  ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงยาบุโวยวายว่าสายป่านนี้แล้วทำไมร้านถึงยังไม่เปิด  ตอนที่เสียงกระดิ่งที่ติดไว้ตรงประตูดัง  ยูยะก็โผล่หน้าขึ้นมาจากเคาท์เตอร์พอดี

 

 

                ฮิคารุที่กำลังจะเล่นงานเรื่องเปิดร้านสายชะงักไปทันทีที่เห็นหน้ายูยะถูกปิดไว้มากกว่าครึ่งด้วยผ้าปิดจมูก

 

 

                “เป็นหวัดเรอะ ยูยะ?”

 

 

                คนถูกถามพยักหน้ารัวๆ  ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชัดๆว่ามีบุคคล ที่สามเดินตามหลังฮิคารุเข้ามาด้วย  และยูยะก็เห็นอีกฝ่ายก็จับจ้องมาด้วยความสงสัยเช่นกัน

 

 

                “ยูยะ  นี่เคย์ เพื่อนซี้ที่สุดในโลกของฉัน   เคย์  เจ้านี่ชื่อยูยะ  เพื่อนซี้ขี้เก็กของยาบุ”

 

 

                ยูยะแทบไม่อยากมองตาคู่นั้นเลย  จึงทำแค่พยักหน้าเร็วๆแล้วพาตัวเองออกจากตรงนั้น โดยบอกว่าจะไปช่วยยาบุจัดเรียงข้าวของที่ซื้อมา  

 

 

ส่วนเคย์  ฮิคารุก็พาไปนั่งตรงเก้าอี้นวมนั่งสบายตรงมุมหนึ่งของร้าน   พลางขอโทษเพื่อนรักที่เมื่อวานไม่ได้ไปหา

 

 

                “นายยุ่งนี่นา  เมื่อวานฉันเห็นลูกค้าเต็มร้านเลย  นี่ใช่ไหมล่ะ  ความลับที่อยากจะอวดน่ะ”

 

 

                ฮิคารุร้องอ้าว  เสียดายที่เพื่อนไม่เซอร์ไพรส์อย่างที่คิด  แต่แล้วก็ยิ้มร่าเริงอวดเขี้ยวซี่เล็กๆ  หันไปตะโกนเรียกยูยะให้ยกของขวัญวันเกิดที่เตรียมให้เคย์ออกมา

 

 

                “นายยกไปซิ ยาบุ  ฉันไม่ว่าง”

 

 

                ยาบุทำตามโดยไม่ทันสังเกตว่าเพื่อนซี้กำลังมีอาการมือสั่นใจสั่น  ด้วยความไม่คาดคิดว่าคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะเจอกันเมื่อวาน จะเป็นคนใกล้ตัวถึงเพียงนี้

 

 

                ของขวัญที่ว่า  เป็นเค้กก้อนเล็กที่หน้าตาไม่สวยงามเท่าไหร่  แต่ยาบุ  ฮิคารุ  รวมทั้งยูยะก็ช่วยกันทำอย่างสุดฝีมือ   ยาบุเล่าไปยิ้มไป

 

 

                “พวกเราช่วยกันทำ เพราะฮิคารุบอกว่าอยากจะหาอะไรมาชดเชยที่ทิ้งให้นายฉลองวันเกิดคนเดียวเมื่อวานน่ะ”

 

 

                “ไม่ได้ฉลองคนเดียวหรอก”  เคย์ยิ้มอย่างเป็นสุข  เมื่อวานตอนที่กลับไปถึงบ้าน เคย์ก็พบว่าในตู้เย็น มีเค้กก้อนใหญ่ พร้อมกับการ์ดอวยพรจากทุกคนในครอบครัว  จากนั้นทุกคนก็โทรหา  ถึงจะต้องอยู่บ้านคนเดียว แต่เคย์ก็ไม่รู้สึกว่าเหงาเลย

 

 

                ยูยะยืนฟังห่างๆอย่างสุขใจ  เท่านี้คนที่เขาไม่รู้จัก  แต่ว่าเผลอไปห่วงใย  ก็จะไม่เศร้าอีกแล้ว  เท่านี้ก็พอ

 

 

                ร่างหนาทำเป็นง่วนกับงานเพื่อหลีกเลี่ยงคำเชิญให้ไปกินเค้กด้วยกัน  ถ้ากิน  เขาก็ต้องเอาผ้าปิดจมูกนี่ออกน่ะสิ  ถึงรสชาติเค้กจะไม่ได้ขี้เหร่เหมือนหน้าตา  แต่ว่าเขาไม่พร้อมจะเปิดเผยตัวตอนนี้นี่

 

 

                ไม่รู้เพราะอะไร.. ถึงยูยะจะรู้ตัวว่ามีใจให้เพื่อนสนิทของฮิคารุตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ  แต่ยูยะก็ไม่คาดหวังที่จะสานต่อให้ความสัมพันธ์ไปไกลเกินกว่านั้น 

 

 

                เขาไม่กล้าพอ..  นักศึกษาหัวดีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ  เปรียบกับตัวเขาแล้วมันฟ้ากับเหวชัดๆ

 

 

                “เป็นอะไรของนาย? เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็ถอนหายใจ”

 

 

                ยูยะแทบจะทำถ้วยกาแฟราคาแพงหลุดจากมือ  ระหว่างที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย  ยาบุกับฮิคารุก็เดินมาถึงตัวแล้ว  แต่ที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหว  คือคนที่ยืนอยู่ระหว่างเพื่อนทั้งสอง   ถือเค้กที่เขียนคำอวยพรบนหน้าเค้กลงไปด้วยลายมือโย้เย้น่าเกลียด  ฝีมือของยูยะเอง

 

 

ขอให้มีความสุข

 

 

                เห็นลายมือไก่เขี่ยของตัวเองแล้วขายขี้หน้า แต่คนที่ได้รับเค้กนี้เป็นของขวัญกลับไม่คิดอย่างนั้น  เพราะคำอวยพรบนหน้าเค้กนี้ทำให้เขามั่นใจ  แม้ว่าจะไม่เคยสงสัยเลยว่า  คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้จะไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ได้มอบของขวัญวันเกิดแสนหวานให้เขาก่อนใคร

 

 

                “ขอบคุณนะ”

 

 

                คำขอบคุณหรือจะหวานเท่า สายตาเป็นประกายที่มองมา  แต่ยูยะรู้ว่ามีบางอย่างที่หวานยิ่งกว่า

 

 

                และเขาก็ไม่รีรอที่จะครอบครองความหวานนั้นอีกครั้ง...

 

 

                ช่วงเวลาแสนสั้นที่ปรารถนาให้ยาวนานแต่ก็ไม่เคยได้ดั่งใจ..  คราวนี้ยูยะไม่ได้สัมผัสความหวานดังที่คิด  แถมคนตรงหน้ายังไม่ได้มีท่าทีโกรธที่ถูกล่วงเกินหรือเขินอายดังที่เป็นเมื่อวันวาน  แต่กลับหัวเราะคิกเหมือนเห็นยูยะเป็นตัวตลก

 

 

                และยาบุก็ช่วยเฉลยความสงสัยให้ยูยะในวินาทีต่อมา พร้อมๆกับฮิคารุระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นร้าน  จนยูยะอับอายจนอยากจะเอาหน้าจุ่มลงไปในเค้กให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

                “จะจูบทั้งที  ไม่คิดจะเอาผ้าปิดปากออกก่อนหรือไง เจ้าโง่!!!”

 

 

 

 

 

               

 

 

 

 

++++++++++++++++++++E+N+D++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet


555
โถป๋าเอ๊ย แกจะลนไปไหน
อายเขาไหมเนี่ย

#3 By Mirooku (114.109.28.205|114.109.28.205) on 2015-04-25 21:39

อั้ยย่ะ อิอ้วนอย่ามาทำเขิน กล้าขนาดไปจูบเค้าทั้งๆที่ไมู่้จักฉันไม่รุ้จักเธอขนาดนั้นล่ะ55+
อิเคย์เอ้ยยย เหงาหงอยอะไรจะขนาดน้านนน
อิอ้วนนี่ก็เซฮร์วิสดีไปไหน เป็นห่วงตามคุณลูกค้าไปแบบจริงจังขนาดนั้น
แต่ผ้าปิดปากนี่แบบ.... นี่ก็คิดได้นะว่ามันช่วยพรางหน้าตา อิเคย์เป็นถึงนักศึกษาหัวดีเชียวนะ ทำไมจะไม่ระแคะระคาย555+ 
ปล.ปากอิเคย์น่าจูบขนาดที่ว่าเผลอมองทีไรเป็นได้จูบกันทุกทีเลยหราาาา หื่นไปไหนคะลูก ฮาาาา

#2 By I-PrA (103.7.57.18|122.154.241.48) on 2013-07-03 08:32

TakaNoo
กรี๊ดๆๆๆๆ
อ่านพาร์ทแรก ยูยะดูลึกลับมากอย่างกับไม่ใช่มนุษย์
ยังสงสัยว่าเป็นวิญญาณหรือเทวดาหรือเปล่า
ทำไมถึงได้มาถูกที่ถูกเวลาและโรแมนติกขนาดนี้
เคย์ก็นะ เหงาเป็นลูกหมาหงอยในวันเกิด 555
แต่ถ้าไม่หงอยก็คงไม่ได้เจอยูยะสินะ

อ่านพาร์ทสองจากมุมของยูยะ
แหม แค่ลูกค้าดื่มแกแฟไม่หมดถ้วยก็เป็นห่วงเป็นใย
ตามไปดูแล
โอ๊ยย น่ารักมากคู่นี้
นึกภาพยูยะมือสั่นใจสั่นแล้ว โอ๊ย อยากจะลงไปกรี๊ดกับพื้นห้อง

ขอให้มีความสุข อืม อยากเห็นลายมือการเขียนหน้าเค้กจริงๆ


ตอนจบฮามาก(แต่ก็น่ารักมาก)ที่ยูยะมองตาแล้วก็จูบทั้งๆที่คาดมาส์คอยู่
คู่นี้พอกัน
คนนึงก็ใจง่าย มองตาเสร็จก็จะจูบอยู่เรื่อย
อีกคนก็ใจง่าย โดนจูบทีไรก็ไม่เคยปฏิเสธ

น่ารักค่ะ <3

#1 By hikanoo (103.7.57.18|110.49.242.145) on 2013-07-02 09:21