Title       -:-          [Fiction](¯`·._.·[ ❤The day we kissed❤ ]·._.·´¯) Ten

 

Writer   -:-           Nalikakeaw

 

Pairing  -:-           Okadai, Takayabu, Hikainoo, Nakachi , Yamaryu

 

 

 

 

 

 

 

                “พวกนายทะเลาะกันเรื่องอะไรเหรอ?”

 

 

                ยูริถามหลังจากเลิกเรียน  เพื่อนร่วมชั้นทยอยออกจากห้องไปเกือบหมดแล้ว  แต่ยูริ ยูโตะ และยามาดะ ยังรั้งรออยู่ในห้อง  รอคนที่นัดกันไว้เสียดิบดีว่าจะไปนอนค้างที่บ้าน  แต่จนป่านนี้แล้วยังไม่มาตามนัด  ที่จริง  ตั้งแต่เช้าวันก่อนถึงตอนนี้  ริวทาโรยังไม่มาให้พวกเขาเห็นหน้าเลย  ที่นัดกันว่าจะไปติวหนังสือที่บ้าน  ก็คงลืมแน่ๆ

 

 

                หรือว่าจงใจลืมเสียแล้วก็ไม่รู้

 

 

                ยูริไม่ชอบแบบนี้  เวลาที่อยู่บ้าน  พ่อแม่เคยสอนเอาไว้ว่าเวลามีเรื่องโกรธเคืองหรือไม่พอใจ  ให้บอกกันตรงๆ ดีกว่าทำเมินหรือหลบหน้า เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

 

 

                แต่ในกรณีของยามาดะกับริวทาโร  ยูริว่า  ถ้าไม่รีบเคลียร์ให้จบ  ทั้งคู่อาจจะไม่มองหน้ากันไปจนวันตายก็ได้

 

 

                “ไม่มีอะไรหรอก  ก็แค่ทะเลาะกันเหมือนเคยนั่นแหละ”

 

 

                “แต่ฉันว่ามันไม่เหมือนหรอกนะ  ยามะจังทำอะไรให้ริวจังโกรธเหรอ?”

 

 

                ยามาดะทำเป็นหูทวนลม  ก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋าทั้งๆที่ไม่มีอะไรจะให้เก็บ  ยูริรู้ว่าคนอย่างยามาดะ ถ้าไม่อยากพูดซะอย่าง ให้เอาอะไรมางัดปากก็จะไม่ยอมพูดแน่ๆ

 

 

                “ฉันถามเพราะเป็นห่วงหรอก เผื่อว่าจะช่วยอะไรได้ แต่ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร เราไปกันเถอะ”

 

 

                “ไปไหน?”

 

 

                “ก็กลับบ้านน่ะสิ นัดกันแล้วนี่ว่าวันนี้เราจะไปติวหนังสือที่บ้านฉัน นายลืมเหรอ?”

 

 

                ยูริแกล้งถามซื่อๆ ยูโตะคว้ากระเป๋าของตัวเองกับยูริ  เดินจ้ำไปทางประตูเพราะกลัวหลุดหัวเราะ   ยูริน่ะเก่งนักเรื่องทำไม่รู้ไม่ชี้แกล้งคนปากแข็ง  ยามาดะไม่ได้ลืมนัดหรอก  ที่ละล้าละลังอยู่นี่ เพราะแอบหวังว่าริวทาโรจะมาต่างหาก  แต่ไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ

 

 

                “ริวจังคงไม่มาแล้วล่ะ  สองวันมานี่ฉันยังไม่เห็นหน้าเลย ถ้าไม่ลืมนัดก็คงโกรธยามะจังนั่นแหละถึงไม่มา”

 

 

                ยูริแกล้งทำเป็นเดาไปเรื่อย แต่ทำให้ ยามาดะโวยวายแก้ตัวทันที

 

 

                “อะไรเล่า ก็แค่แกล้งเล่นๆ เจ้านั่นก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟเกินเหตุ”

 

 

                ยามาดะเหวี่ยงกระเป๋าพาดบ่า  แทรกผ่านระหว่างยูโตะกับยูริไปที่ประตูหน้าชั้นเรียน  ก่อนจะพบว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ตรงนั้น  ยูโตะก้าวไปข้างหน้าเอาตัวเข้าบังยูริไว้ทันที   ยามาดะเองก็ยกกระเป๋าขึ้นเป็นกำบังเผื่อว่าจะมีอะไรแรงๆเหวี่ยงมา

 

 

                แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

 

 

                ยามาดะค่อยๆลดมือลงช้าๆ แต่ยังให้กระเป๋ายังอยู่ในระดับสายตากันพลาด 

 

 

                “แกล้งเล่นๆเหรอ?”  ริวทาโรทวนคำด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แต่ในดวงตามีลูกไฟปะทุเปรี๊ยะๆ “ที่นายทำกับฉันวันนั้น  เป็นเรื่องเล่นๆงั้นเหรอ?”

 

 

                ยามาดะได้แต่ทำปากพะงาบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี   พูดผิดชีวิตอาจจะเกิดหายนะแน่  โชคร้ายที่คนรอคำตอบใจร้อนด่วนสรุปเอาเองจากท่าทางอ้ำอึ้งของยามาดะไปเสียแล้ว

 

 

                ในที่สุดริวทาโรก็เลื่อนสายตาจากยามาดะ ไปมองยูโตะกับยูริแทน

 

 

                “ไปกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”

 

 

                “ไปไหน?”

 

 

                “ก็ไปหาอะไรกินก่อนไปบ้านนายไง  วันนี้ไม่มีคนทำกับข้าวให้กินไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่ไปติวหนังสือทั้งๆที่ท้องยังว่างอยู่หรอกนะ”

 

 

                ยูริกับยูโตะเพิ่งนึกได้ว่าคืนนี้ยาบุกับไดกิไม่กลับบ้าน   พยักหน้าหงึกๆแล้วรีบกระวีกระวาดตามริวทาโรที่เดินนำออกไปแล้ว  เหลือแต่ยามาดะที่ยืนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

                หลังจากนั้นไม่นาน  ยามาดะก็รู้ว่าเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ในสายตาของริวทาโรอีกเลย   นับตั้งแต่ที่ก้าวเท้าออกจากชั้นเรียนออกมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วพบว่ารถของบ้านโมริโมโตะออกไปโดยไม่รอเขาเหมือนอย่างทุกครั้ง  ยามาดะต้องนั่งแท็กซี่ตามไปถึงร้านอาหารฟาสท์ฟูดที่ทุกคนแวะทานอาหาร   พอโวยวายว่าทำไมถึงไม่รอ  ยูริ ยูโตะ  ชินทาโร ก็บุ้ยใบ้ไปทางริวทาโร  ที่นั่งกินแฮมเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นใหญ่สบายอารมณ์  ราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงตะโกนของยามาดะ

 

 

                พอกินเสร็จ  ก็ต้อนทั้งเพื่อนทั้งน้องชายขึ้นรถ  แต่คราวนี้ยามาดะกระโดดขึ้นไปเบียดอยู่บนเบาะนั่งด้านหลังกับทุกคนได้สำเร็จ  แต่ริวทาโรก็แทบจะกระแทกประตูรถปิดใส่หน้าเขาเลยทีเดียว ก่อนที่จะเดินไปนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ  ยามาดะเข่นเขี้ยวเจ็บใจ

 

 

                “จะทำเป็นเมินแบบนี้ได้อีกนานซักแค่ไหนกัน”

 

 

                แต่ยามาดะยังรู้ฤทธิ์แฮมสเตอร์ตาใสที่ชื่อริวทาโรน้อยไป  เพราะไม่ว่าจะถูกแกล้งหรือถูกกวนแค่ไหน  ริวทาโรก็ไม่มีท่าทีโมโหซักนิด  กลายเป็นยามาดะที่โมโหเป็นฟืนเป็นไฟเพราะถูกมองเป็นอากาศธาตุ

 

 

                คนอย่างยามาดะ  เรียวสุเกะ  เคยแต่เป็นจุดสนใจ  เป็นที่ชื่นชม  ถึงจะเรียนไม่เก่งแต่ก็เด่นเรื่องกีฬา  เดินไปทางไหนก็มีแต่คนสนใจ  จะมีก็แต่ริวทาโร  ที่มองไม่เห็นคุณสมบัติเหล่านี้  แถมยังชังขี้หน้าตั้งแต่วันแรกที่ย้ายโรงเรียนมาจนถึงวันนี้

 

 

                “เกลียดขี้หน้ามันก็แค่เมื่อก่อนหรอก แต่ตอนนี้ริวทำท่าเหมือนจะตัดยามะจังออกจากชีวิตไปเลยนะ”

 

 

                ชินทาโรบอกหลังจากดูจนแน่ใจว่าพี่ชายขึ้นไปนอนแล้ว  การติวหนังสือสอบวันนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า  เพราะยามาดะเอามัวแต่แกล้งริวทาโร  ถึงเจ้าตัวจะทำเป็นไม่สนใจแต่ก็ไม่มีสมาธิจะท่องหนังสือ  ส่วนคนที่เหลือก็ใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆกลัวเกิดสงครามกลางบ้าน

 

 

                “ก็ช่างสิ!!  ไม่สน!!”

 

 

                “ แล้วทำไมต้องโกรธที่ริวจังไม่สนใจด้วยล่ะ?”

 

 

                “เปล่านี่”

 

 

                “ยามะจัง  ปล่อยไปแบบนี้จะดีแน่เหรอ?”

 

 

                พอยูริถามขึ้นมาตรงๆ  คนปากแข็งก็พูดอะไรไม่ออก  พอนิ่งคิด ใจก็ลอยไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าวันก่อน  ตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าริวทาโรนอนหลับอยู่ข้างๆ  บนฟูกเดียวกัน  ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน  ยามาดะไม่เคยได้ใกล้ชิดกันริวทาโรแบบนั้นมาก่อน   มันทำให้เขาเผลอ...  เผลอทำอะไรอย่างที่ตัวเองก็ไม่คาดคิดว่าจะทำ

 

 

                “ยามะจังจูบริวจังเหรอ???”

 

 

                ยามาดะกระพริบตา  ความทรงจำแสนหวานในตอนเช้าของวันก่อนกระเด็นหายเพราะคำถามทะลุกลางปล้องของยูโตะ  

 

 

                “รู้ได้ไง???”

 

 

                ยุริทำหน้าไม่ถูก  ขำก็ขำ ที่ยามาดะหลุดปากออกมาง่ายๆแบบนี้  ก็ใครเล่าจะเดาไม่ออก  ทำตาลอยเอานิ้วแตะปากแบบนั้น  เหมือนพระเอกละครที่คิดถึงจูบแรกของตัวเองไม่มีผิด  นี่คงจะไปแอบจูบริวทาโรตอนหลับแน่ๆ  นี่แหละที่ทำให้ยูริเคือง

 

 

                “ยามะจัง  ทำไมทำแบบนี้ล่ะ? แย่ที่สุด”

 

 

                “น่าๆ ยามะจังก็บอกแล้วไงว่าแกล้งเล่นๆ”

 

 

                “ยูโตะคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆงั้นเหรอ ?”  ยูริหันไปถามเสียงเย็น  ยูโตะที่กำลังหัวเราะร่วน ตบไหล่ยามาดะแรงๆเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกชะงักทันที

 

 

                “ใช่สินะ  เป็นเพื่อนกัน ก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว”  ยูริลุกขึ้นยืน ไม่สนใจยูโตะที่พยายามจะแก้ตัว  “งั้นต่อไปนี้ยูโตะก็กลับไปนอนห้องของตัวเองก็แล้วกัน  ห้ามเข้าไปในห้องของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว  แล้วก็ไม่ต้องมาพูดกันอีกต่อไปแล้วด้วย  ทั้งยูโตะทั้งยามะจังนั่นแหละ”

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

                ฝนตกเหรอ? ไดกิได้ยินเสียงฝน..

 

 

                ไม่ใช่หรอก.. เสียงมันดังมาจากห้องน้ำ  มีคนอาบน้ำอยู่

 

 

                ไดกิฝืนลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง แต่ก็รู้สึกมึนๆจนต้องหลับตาอีกครั้ง  เขาหลับมานานเท่าไหร่แล้วนี่ ? หนึ่งวัน..หรือสองวัน  แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังนอนไม่เต็มอิ่มสักที

 

 

                “ก็มัวแต่ทำงานหนักแล้วก็นอนในห้องเก็บของ  พอมีเวลาได้นอนก็เลยนอนยาวแบบนี้แหละ”

 

 

                “หนวกหูน่า”

 

 

                ไดกิบ่นอู้อี้อยู่กับหมอน  ก็ก่อนหน้านั้นเขาจะกลับไปทำงานแล้วใครไม่ยอมให้ไปเล่า  แถมโทรไปบอกยาบุให้ไปลางานให้เสร็จสรรพเสียด้วย  ไม่รู้ว่ายาบุจะว่ายังไง

 

 

                “ฉันบอกว่าไดจังไม่สบาย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะนายอยู่กับฉัน  ยาบุคุงก็เลยไม่ว่าอะไร”

 

 

                “อือ~” ไดกิฝืนลืมตามองคนที่นั่งลงบนเตียงอีกหน  เคย์โตะสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตามปกติ  แต่สวมแว่นตากับหมวกแก๊ปด้วย “นายจะไปไหนน่ะ?”

 

 

     &n