[Fiction](¯`·._.·[ ❤The day we kissed❤ ]·._.·´¯) nine

posted on 07 Jan 2013 16:48 by nalikakeaw

Title       -:-           [Fiction](¯`·._.·[ ❤The day we kissed❤ ]·._.·´¯) nine

Writer   -:-           Nalikakeaw

Pairing  -:-           Okadai,Takayabu,Nakachi,Hikainoo,Yamaryu

 

 

 

 

 

                ไม่รู้ว่าข่าวของใครเร็วกว่ากัน  ระหว่างข่าวที่ชินทาโรโพสลงในเว็บบอร์ดของโรงเรียนตอนเช้า หรือข่าวจากนักเรียนทั้งห้องที่ได้ยินเต็มสองหู  ตอนที่ยูโตะ กระโดดเข้ามาหา ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดๆ

 

 

                “เมื่อคืนริวทาโรไปนอนค้างบ้านนาย เป็นยังไงมั่ง ได้นอนห้องเดียวกันป่ะ”

 

 

                ในเช้าของวันเดียวกัน

 

 

                แต่ข่าวจากทั้งสองแหล่งก็คือเรื่องเดียวกันนั่นแหละ ยามาดะทำหน้าเบื่อโลกสุดขีดใส่ยูริ  คนตัวเล็กยิ้มแหยๆเป็นเชิงขอโทษที่ปิดปากยูโตะไม่ทัน 

 

 

                แค่ช่วงพักระหว่างคาบเรียนตอนเช้าข่าวก็แพร่สะพัดไปทั้งโรงเรียน  นักเรียนทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเดินผ่านห้องเรียนของยามาดะมากผิดปกติกว่าทุกวัน  บางคนทำทีเข้ามาหาเพื่อนแต่ซุบซิบอยากรู้เรื่องของยามาดะกับริวทาโร แต่ไม่มีใครได้คำตอบ  ยามาดะไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย  แล้วก็ไม่พูดกับใครด้วย   ไม่มีใครกล้าถาม  เพราะยามาดะอารมณ์ไม่ดี ด่านหน้าที่ว่าซี๊ปึ๊กอย่างยูโตะยังถูกทำตาขวางใส่  แถมโขกหัวให้ด้วยสันหนังสือหนาๆให้เจ็บตัวกลับไปอ้อนยูริได้อีก

 

 

                มีคนออกความเห็นว่าควรไปถามริวทาโร  แต่หน่วยกล้าตายล่าสุดกลับออกจากห้องเรียนของริวทาโรโดยที่มีเก้าอี้นักเรียนปลิวตามหลังมาด้วย  ล่าสุดมีคำขู่จากริวทาโรว่าจะไปอาละวาดที่ชมรมวารสาร  ถ้าหากว่าใครบังอาจเอาข่าวนี้ไปลงหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนล่ะก็...

 

 

                ส่วนชินทาโร...

 

 

                ก็ถูกพี่ชายสำเร็จโทษไปแล้วเรียบร้อย..โทษฐานที่เอาเรื่องนี้ไปโพสในเว็บบอร์ดของโรงเรียน

 

 

                “พวกนายทะเลาะกันเหรอ?”

 

 

                ยูริเลียบๆเคียงๆถาม  ปกติแล้ว  ยามาดะมักจะเบียดเบียนเวลาเรียนด้วยการส่งข้อความไปยั่วโมโหริวทาโรเสมอ แล้วริวทาโรก็จะแล่นมาจัดการถึงห้องด้วยความโมโหสุดขีด มียูโตะกับยูริเป็นกรรมการห้ามมวย จากนั้นเรื่องราวก็จะจบลงตอนที่ทุกคนนั่งกินข้าวด้วยกัน   แต่วันนี้ยามาดะไม่ได้หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าด้วยซ้ำ เอาแต่นั่งเท้าคางเหม่อลอยมองไปที่ประตูห้อง เหมือนรอคอยคนที่ควรจะมา..แต่ก็ไม่มา

 

 

                “ก็คงงั้น..ฉันคง – ทำเกินไปหน่อย”

 

 

                ตอบไม่สมกับเป็นยามาดะ  แต่เจ้าตัวก็ไม่พูดอะไรต่อยูริสงสัยจริง  ที่ว่าเกินไปน่ะมันขนาดไหน

 

 

                “โดนต่อยมาด้วยเหรอ”

 

 

                ยามาดะสะดุ้ง  เผลอยกมือแตะตรงใต้ตาขวา  เหตุเกิดเมื่อเช้าแต่รอยเพิ่งมาชัดจนคนอื่นสังเกตเห็นได้ตอนนี้

 

 

                “โห~ ริวจังหมัดหนักน่าดูเลยนะเนี่ย”

 

 

                ยูโตะมองรอยเขียวช้ำใต้ตาของยามาดะแล้วทำตาโตแบบที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกร้อนตัว  แม้ว่าความจริงแล้วยูโตะจะไม่รู้อะไรเลยก็ตาม

 

 

                “นายต้องทำอะไรไม่ดีกับริวจังแน่ๆ”

 

 

                ยูโตะทำตาใสปิ๊งๆอย่างที่ยามาดะละเกลียดนัก  หรือว่าจะรู้จริงวะ?

 

 

                “อะไร?? ทำไม่ดีอะไร??”

 

 

                พอยามาดะทำท่าร้อนรน ทุกคนในห้องก็พลอยอยากรู้  ถึงจะทำทีเป็นสนใจเรื่องตรงหน้า แต่ร้อยทั้งร้อยก็ทำหูตั้งรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

 

 

                “ยามะจังนอนน้ำลายยืดใส่ริวจัง?” ยูโตะทำท่าลุ้นเหมือนกำลังเล่นเกมตอบปัญหาชิงรางวัล “อ้าว~ใม่ใช่เหรอ? งั้น เมื่อคืนยามะจังนอนกรนทำให้ริวจังนอนไม่หลับ  ไม่ถูกอีก เอ่อ .. งั้นยามะจังเอากางเกงในของริวจังไปซ่อน เอาหมอนปิดหน้าตอนหลับ ฯลฯ”

 

 

                ยามาดะหัวเราะก๊ากกกกเป็นครั้งแรกของวัน  “ถ้าฉันทำแบบนั้น ป่านนี้คงโดนริวทาโรฆ่าตายไปแล้ว ไม่มาให้นายเห็นหน้าหรอก”   คนอื่นๆที่คอยฟังพากันถอนหายใจ ส่ายหน้า แต่ยูริแอบสังเกตเห็นยามาดะแอบถอนใจเบาๆเหมือนกับจะโล่งใจ ที่ทุกคนเลิกสนใจเสียได้

 

 

                มันทำให้ยูริอดสงสัยไม่ได้  ... ที่ยามาดะบอกว่าทำเกินไป  มันหมายความว่ายังไงนะ

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

                “ฮิคารุ!!! ทำบ้าอะไรของมึงงงงงงงงงง!!!”

 

 

                ยูยะตะเบ็งเสียงสุดปอดใส่เพื่อนเลิฟที่ใช้เครื่องขัดเงาพื้นหินอ่อนมาใช้แทนสกู๊ตเตอร์เล่นอยู่หน้าล็อบบี้ตอนตีห้ากว่าๆ   เสียงดังลั่นไปถึงห้องอาหาร เดือดร้อนยาบุต้องทิ้งงานออกมาดูอีกตามเคย

 

 

                “ฮิคารุ  เอาเครื่องขัดพื้นไปเก็บ”

 

 

                ยาบุบอกเรียบๆ  ฮิคารุทำตามโดยดี  เขาเคยเกรงยาบุอย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น  นับตั้งแต่วันที่ทางโรงเรียนส่งหนังสือแจ้งผู้ปกครองว่าเขาลอกข้อสอบจากเคย์ทำให้ถูกลงโทษทั้งคู่  เขาก็กลัวยาบุยิ่งกว่าพ่อบังเกิดเกล้าเสียอีก  ยิ่งช่วงใกล้สอบตอนที่ยาบุยืนค้ำโต๊ะบังคับให้อ่านหนังสือให้ได้วันละหนึ่งเล่มนั่นอีก

 

 

                แค่คิดถึงก็ขนหัวลุกแล้ว

 

 

                “เครื่องขัดพื้นไม่ใช่ของเล่น  นายเอามาใช้แบบนี้ไม่ได้”

 

 

                “แค่เอามาเล่นหน่อยเดียวเองน่า ไม่เสียหายหรอก ต่อให้เสียก็ส่งซ่อม ง่ายจะตาย”

 

 

                ฮิคารุยักไหล่ไม่ใส่ใจ  แต่ถูกทั้งยูยะและยาบุจ้องด้วยสายตาที่ทำให้ต้องเสียวสันหลังวาบ  ยูยะสูดลมหายใจระงับอารมณ์โมโหได้บ้างแล้ว  ถึงจะรู้สึกว่าเลือดยังพุ่งขึ้นสมองอยู่ก็ตาม

 

 

                “ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอกนะ  ต่อไปถ้านายได้ดูแลกิจการอะไรซักอย่าง การควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งจำเป็น  ไม่มีใครยอมลงทุนให้งานที่มีแต่ค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีผลกำไรเลี้ยงตัวเองไม่ได้หรอกนะ แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่สนามเด็กเล่น โรงแรมเราต้อนรับนักธุรกิจจากทั่วโลก  ถ้าลูกค้ามาเห็นนายเล่นแบบนี้เค้าจะคิดว่าที่นี่เป็นโรงแรมกระจอก มีแต่พนักงานที่เป็นเด็กปัญญาอ่อนน่ะสิ”

 

 

                ฮิคารุก้มหน้าสำนึกผิดแบบไม่จริงจังนัก  กว่าจะรู้ตัวว่าถูกเพื่อนหลอกด่ายูยะก็ผิวปากสบายอารมณ์เดินหนีไปไกลแล้ว  ยาบุหัวเราะหึๆสมน้ำหน้าตอกย้ำแล้วก็เดินหนีกลับไปทำงานต่อ  ฮิคารุฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่งจนมองเห็นคนที่ฝึกงานคู่กันยืนรออยู่หน้าลิฟท์พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดจึงเดินเข้าไปหา

 

 

                “มีอะไรล่ะ”

 

 

                “มีแขกจะเข้าพักตอนหกโมงเช้า เราต้องไปเตรียมห้อง”

 

 

                ฮิคารุถอนหายใจหงุดหงิด  ไม่ใช่เพราะต้องทำงาน  แต่เป็นเพราะไอ้สีหน้าแบบจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะหัวเราะก็ไม่หัวเราะของคนข้างๆนี่ต่างหาก

 

 

                อยากจะหัวเราะก็ทำสิ... ฉันรู้นะ ว่านายนึกถึงตอนที่เราถูกยาบุทำโทษด้วยกันน่ะ

 

 

                เคย์....

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

                เสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน  ยูยะจะกลับไปนอนพักในห้องเล็กๆแคบๆที่ยาบุและไดกิใช้เป็นห้องนอนชั่วคราวเสมอ  ยาบุไล่ให้กลับไปนอนที่บ้านก็ไม่ไป  เพราะยูยะรู้สึกว่าห้องเล็กๆนี่ล่ะที่เขาพอใจ  ถึงมันจะเทียบกับเตียงให