[SF]✪~Rabbit on the Moon ~✪[ Babysister Part ]

posted on 30 Sep 2012 23:20 by nalikakeaw

Title   :   Rabbit on the moon  [ Babysister Part ]

 

 

Writer   :   Nalikakeaw

 

 

Pairing   :   YamaYuma, KoyaShige, HaruYuya

 

 

ตอนก่อนๆจ๊ะ

[SF]✪~Rabbit on the Moon ~✪ [Daddy part]

 

                บลูมูน  คืนที่พระจันทร์จะเต็มดวงถึงสองครั้งในหนึ่งเดือน   แม้ว่าพระจันทร์จะไม่ได้เป็นสีน้ำเงินหรือสีฟ้าตามความหมายของมัน  แต่ว่ากันว่าคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งที่สอง  จะได้เห็นพระจันทร์ดวงโตส่องแสงสุกสว่างกว่าคืนไหนๆ

 

 

                แต่คืนนี้..ผู้คนบนโลก  ไม่มีโอกาสได้มองเห็นความงดงามของพระจันทร์ และแสงจันทร์ก็เกือบไม่ได้มีโอกาสส่องกระทบพื้นโลก  เพราะเมฆก้อนใหญ่เลื่อนเข้าบังพระจันทร์เสียมิดตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่พ้นขอบฟ้า

 

 

                ราวกับว่าวันนี้.. พระจันทร์ไม่อยากอวดโฉมให้ใครเห็นอย่างนั้นแหละ

 

 

 

                เอ... หรือเป็นเพราะไม่อยากให้ใครบนโลกมองเห็นความอลเวงบนนั้นกันแน่?

 

 

                ...............

 

 

                ......

 

 

               

                บางที.. การที่ต้องหลบหนีการตามล่าของมนุษย์  อาจจะดีกว่าขึ้นมาอยู่บนนี้ก็ได้นะ

 

 

                บนดวงจันทร์นี่น่ะ...

 

 

                ได้อยู่ท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่างที่เปล่งประกายสีเงินเรืองรองสวยงามมันก็ดีอยู่หรอก

 

 

                แต่ชีวิตบนนี้มันช่างอลเวงเป็นบ้า   จนบางครั้งยูยะก็อดคิดถึง ต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวๆ  สีน้ำตาลของต้นไม้และใบไม้ร่วง  สีฟ้าของแม่น้ำ  ถนนและบ้านเรือนที่สร้างด้วยคอนกรีตอยู่เหมือนกัน

 

 

                “คิดอะไรอยู่เหรอ?”

 

 

                คำถามราวกับรู้ใจของคนคุ้นเคยร่างหนา ทำให้ยูยะละสายตาจากทะเลสาบสีเงินเบื้องหน้า  ฮารุมะนั่งลงเคียงกันอย่างเคย พลางมองมาด้วยความห่วงใย

 

 

                “คิดถึงชีวิตของพวกเราตอนที่ยังไม่ได้มาอยู่ที่นี่  ถ้าหากว่าเราหนีไปเรื่อยๆจะเหนื่อยเท่าตอนนี้หรือเปล่านะ?”

 

 

                “อยากกลับไปอยู่บนโลกเหรอ?”

 

 

                “ก็บางทีนะ?”

 

 

                อยู่บนนี้มันก็สบายดี มีที่ให้พักไม่ต้องคอยหลบหนีการตามล่า เพราะมนุษย์คงไม่ตามมาถึงบนนี้  มีอาหารให้กิน  มีอิสระ  ได้กลายเป็นมนุษย์  แต่ทุกสิ่งที่ได้มานั้นต้องแลกด้วยความสุขสงบที่ยูยะอยากจะมี

 

 

                ก้าวแรกที่เหยียบผืนทรายสีเงิน  ก็มีแต่เรื่องที่ทำให้ยูยะประหลาดใจทั้งนั้น  อยู่ดีๆตัวเองก็เปลี่ยนร่างจากลูกสิงโตกลายเป็นมนุษย์  ยูยะเกือบจะกัดฮารุเข้าให้เพราะอีกฝ่ายก็เปลี่ยนร่างจากเสือขาวเป็นมนุษย์เหมือนกัน

 

 

                หลังจากนั้นก็ได้รู้จักกับคนอื่นๆ  ที่เป็นเหมือนกักฮารุและยูยะ  ทุกคนล้วนเคยอาศัยอยู่บนโลก  ถูกพามาอยู่บนดวงจันทร์นี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน

 

 

                มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก

 

 

                วันแรกก็เจอศึกหนัก.. วันที่ยูยะกับฮารุถูกพามาที่นี่  ด้วยแสงสีเงินของดวงจันทร์จากเวทมนตร์ของใครคนหนึ่ง

 

 

                มันเป็นวันที่ยูยะเคยคิดว่าวุ่นวายที่สุดที่เขาเคยเจอ  แต่นั่นเป็นความคิดก่อนที่เขาจะได้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กนะ

 

 

“ถ้าฉันจะกลับไปอยู่บนโลก  ไปเร่ร่อนเหมือนเดิม  นายจะไปกับฉันไหม? ฮารุ”

 

 

                “ถามแบบนี้จะทิ้งกันเหรอ? ฝันไปเถอะ!!”

 

 

                ร่างหนาโถมตัวทับยูยะแบบทีเล่นทีจริง แต่ทำให้ยูยะจุกแอ้กจนเริ่มมีโมโห

 

 

                “ฮารุ!!!! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาล้มทับกันแบบนี้ ฉันหนัก!!”

 

 

                “ทีเมื่อก่อนนายไม่เห็นว่าอะไรเลย”

 

 

                “แล้วตอนนี้เราเป็นลูกเสือลูกสิงโตกันอยู่หรือไง? ลงไปเดี๋ยวนี้นะ!!!”

 

 

                ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ในร่างมนุษย์  ยูยะคงกางเล็บตะปบให้หัวทิ่ม แต่ทำไม่ได้เลยต้องปล่อยให้ร่างหนานอนทับอยู่อย่างนี้  เป็นมนุษย์ไม่เห็นจะดีตรงไหน  อ่อนแอ! กลับไปเป็นสิงโตอย่างเดิมดีกว่าอีก

 

 

                แต่อยู่ๆ  ใบหน้าหล่อเหลาของฮารุก็เปลี่ยนจากโหมดใจดีขี้เล่นกลายเป็นเคร่งขรึม จนยูยะไม่สบายใจ

 

 

                “นายอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมจริงๆเหรอ?”

 

 

                ยูยะนิ่งไป  ในใจสับสน  อยู่ที่นี่ย่อมดีกว่าอยู่บนโลกทั้งสุขสบายและปลอดภัย  แต่ยูยะไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่พี่เลี้ยงของบรรดากระต่ายจอมซนได้ดีแค่ไหน  โดยเฉพาะกับลูกกระต่ายรุ่นสองที่ลืมตาดูโลกในวันเดียวกับที่พวกเขาขึ้นมาอยู่ดวงจันทร์นี่   

 

 

                กระต่ายที่ไหนซนได้ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากท้องแม่ ?  ยูยะไม่เคยเห็น  แถมยังวิ่งเร็วจนสัตว์นักล่าอย่างเสือและสิงโตวิ่งตามไม่ทัน  ไหนจะความดื้อรั้นตามประสาเด็กไม่รู้ความ  จนทำให้ยูยะที่มีนิสัยขี้โมโหอยู่แล้วนึกอยากจะงับให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

                ไม่เหมือนฮารุ..ทั้งใจเย็น  ใจดี  จนบางทีน่าหมั่นไส้

 

 

                “ยูยะ”

 

 

                ฮารุกางศอกคร่อมร่างข้างใต้เอาไว้  พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังอย่างที่ยูยะไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

 

                “ไม่ว่านายจะไปที่ไหน ฉันก็จะไปกับนาย”

 

 

                เพื่อย้ำคำพูดให้แน่นหนักขึ้นอีก  ฮารุก้มลงไปหายูยะช้าๆ  แตะปลายจมูกกันและกันเหมือนอย่างเคย  เหมือนเมื่อครั้งที่ทั้งสองยังเป็นลูกเสือขาวและลูกสิงโตที่ถูกมนุษย์จับใส่กรงเดียวกัน

 

 

                “นี่- พวกนายกำลังจะทำลูกกันเหรอ?”

 

 

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

               

 

 

 

 

 

“ทำลูกคืออะไร?”

 

 

ทั้งฮารุและยูยะพร้อมใจกันถามออกมาอย่างงุนงง  เพื่อนใหม่ที่อยู่บนดวงจันทร์ก่อนหน้าทั้งสอง ฮิคารุกับเคย์จิ๊ปากอย่างอารมณ์เสีย

 

 

“ก็มีลูกกันไง ฉันเคยเห็นโคโค่กับชิเงะมิโกะนอนทับกัน เอาหน้าชนกันแบบเนี๊ยะ!!  แล้วชิเงะมิโกะก็ท้อง”

 

 

ได้ฟังคำตอบแบบนั้น ฮารุกับยูยะก็ดีดตัวออกจากกันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ  มีลูกด้วยกันนี่นะ?

 

 

ชิเงะมิโกะคือร่างทรงที่คอยใช้เวทมนตร์ของดวงจันทร์ทำความหวังของสิ่งมีชีวิตบนโลกให้เป็นจริง  อย่างตอนที่ยูยะกับฮารุพยายามจะหาที่ไหนสักแห่งที่จะได้อยู่ด้วยกัน  พวกเขาก็ถูกพามาอยู่บนนี้ด้วยฝีมือของชิเงะมิโกะ

 

 

ส่วนโคโค่คือแมวประหลาด ตาตี่ขายาวผิดกับแมวทั่วไป  อาศัยอยู่บนโลก  แต่อยู่มาวันหนึ่งชิเงะก็ตกลงไปบนโลก  โดนแมวงาบจนมีลูกด้วยกันแปดตัว  รุ่นแรกห้าตัว  รุ่นที่สองสามตัว

 

 

แต่ละตัวซนหาที่เปรียบไม่ได้

 

 

ผู้ที่อาศัยบนดวงจันทร์นั้นมีร่างเป็นมนุษย์  แต่เมื่อใดที่กลับลงไปอยู่บนพื้นโลกก็จะคืนร่างเดิม  ส่วนลูกของชิงะมิโกะกับโคโค่  เวลาอยู่บนโลกจะมีร่างเป็นกระต่าย

 

 

“เด็กๆล่ะ?”

 

 

ยูยะถามถึงลูกๆรุ่นสองของชิเงะกับโคโค่  ที่อายุไม่ถึงสามเดือน แต่โตจนเกือบจะเท่าเด็กมนุษย์อายุห้าขวบ  ส่วนลูกๆรุ่นแรกห้าตัวโคโค่พาไปเลี้ยงบนโลก เพราะซนเหลือหลายพี่เลี้ยงรับมือกันไม่ไหว 

 

 

แต่ก็ใช่ว่าสามตัวที่อยู่บนดวงจันทร์นี่จะไม่ซนหรอกนะ

 

 

วันก่อนวิ่งหนีไปซ่อนตัวที่ภูเขาน้ำแข็งที่สุดขอบทะเลสาบ  ยูยะไม่รู้ว่าลูกกระต่ายไปที่นั่นได้ยังไง ทั้งๆที่ผืนน้ำสีเงินกว้างสุดหูสุดตาแบบนี้  กว่าที่บรรดาพี่เลี้ยงจะหาเจอก็หนึ่งวันเต็มๆ  ถ้าเด็กๆไม่หิวอาจจะใช้เวลาตามหานานกว่านั้น  ส่วนเมื่อวาน ...

 

 

จับพี่เลี้ยงโยนลงทะเลสาบ..

 

 

โชคยังดีที่ ยาบุ ฮารุ และยูยะ ไม่เคยโดน เด็กๆคงจะรู้อยู่บ้างว่าเวลาโกรธ ทั้งสามคนน่ากลัวแค่ไหน

 

 

“โฮ้ย!! โดนจนชินแล้ว แค่นี้ยังเบาะๆ”

 

 

“ใช่ๆ ตอนที่มาเป็นพี่เลี้ยงกระต่ายรุ่นแรก โดนแกล้งจนถอดใจ ร้องไห้จะกลับบ้านตั้งหลายทีแน่ะ”

 

 

“แล้วทำไมไม่กลับล่ะ? “

 

 

คำถามตามประสาซื่อของยูยะทำให้เคย์ค้อนกลับมาวงใหญ่ 

 

 

“ก็ไม่มีบ้านให้กลับน่ะสิ  ป่าที่ฉันกับฮิคารุเคยอยู่โดนมนุษย์ตัดซะโล่งเหลือแต่ตอไม้ แล้วฉันจะไปหาต้นไม้ที่ไหนทำเป็นบ้านล่ะ”

 

 

“ยูโตะก็ถูกพามาเหมือนกันสินะ”

 

 

“เปล่า”  ยูโตะส่ายหน้า ยิ้มปากจะฉีก “ฉันอยากขึ้นมาอยู่บนดวงจันทร์อยู่แล้ว ก็เลยเกาะหางสองตัวนี่ขึ้นมาน่ะ”

 

 

ยูยะยิ้มน้อยๆกับคำตอบ  ยูโตะก็เหมือนกับฮารุ  ไม่ค่อยทุกข์ร้อนกับเรื่องใดๆ ปรับตัวง่าย  ไม่เหมือนยูยะที่ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ข้างในใจหวั่นไหว  กลัวไปหมดทุดอย่าง

 

 

“อย่ามานั่งคุยกันอยู่เลย  ไปตามเด็กๆกันเถอะ อีกเดี๋ยวโคโค่จะขึ้นมาบนนี้แล้ว”

 

 

“เด็กๆไปไหนกันล่ะ”

 

 

“น่าจะอยู่ในทุ่งหญ้านี่แหละ พวกนายช่วยตามให้หน่อย เดี๋ยวฉันกับยูโตะจะไปคอยดักที่ริมทะเลสาบ แล้วฮิคารุกับเคย์จะไปอยู่ที่ชายป่าสน เผื่อว่าเด็กๆจะวิ่งหนีเข้าป่า”

 

 

ชิเงะมิโกะเลือกพี่เลี้ยงลูกๆได้เหมาะสมกับลูกๆเสียจริง  เสือขาวกับสิงโตนั้นวิ่งเร็วเมื่ออยู่บนพื้นราบ  ฮิคารุกับเคย์คล่องแคล่วยามที่อยู่บนต้นไม้  ส่วนยาบุกับยูโตะนั้นว่ายน้ำเก่ง  เด็กๆหนีไปซ่อนทางไหนก็ถูกดักทางได้หมด

 

 

ว่าแต่เด็กๆทั้งหมดนี่เป็นลูกกระต่ายแน่เหรอ?

 

 

 

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

               

 

 

 

 

 

 

 

               

                “โอ๊ยยยย!!! เกือบไม่ทันแน่ะ!! คุณเมฆเนี่ย  ไม่รู้จะรีบไปไหน”