2K Corporation [ ซีรีย์ 2 ]

posted on 02 Sep 2012 22:33 by nalikakeaw in Shortfic

Title :  2K  Corporation [ ซีรีย์ 2 ]

 

Writer  :  Nalikakeaw

 

Pairing  : Okaryu

 

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคสั้นมากกกกกกกกก  เป็นเรื่องสั้นจบในตอนของแต่ละคู่นะคะ และคนเขียนคนละคนกันด้วย  เพิ่งออกมาได้แค่สองตอน  ถ้าใครอยากอ่านตอนแรก ตามลิงค์นี้ไปได้เลยค่ะ

 

 <<<  ซีรี่ย์ที่ 1  >>>

 

 

 

ทำไมต้อง 2K ด้วยวะ?...

 

 

ผมยืนอยู่หน้าออฟฟิซของพี่ชาย   บริษัทที่มีนโยบายเพียงข้อเดียวว่า 

 

 

เกย์คู่กับเกย์ฉันท์ใด  ทูเคย์ย่อมจะช่วยให้ชายได้ชายฉันท์นั้น

 

 

ใครมันบ้าคิดสโลแกนนี้วะ ?

 

 

ถ้าผู้ชายได้กันเองหมดโลก .. จนสาววายสูญพันธ์  แล้วใครจะจิ้นให้ผู้ชายรักกันล่ะเฮีย?

 

 

เหอะ!!! ไอ้คนตั้งบริษัทมันก็บ้าพอกัน  ( พี่ชายผมเอง ) ไม่รู้ยังไง  ตั้งแต่ได้ภรรยา ( หรือสามีกันแน่หว่า? ) เป็นเพื่อนข้างตัวเพศเดียวกันเนี่ย   ก็ดันเกิดปิ๊งไอเดีย เปิดบริษัทรับจับคู่ชายให้ชายซะงั้น

 

 

แต่ไม่น่าเชื่อนะครับ  พอเปิดบริษัทปุ๊บ  เก้งกวางทั้งหลายก็มาใช้บริการปั๊บ  รายได้ดีเป็นเทน้ำเททิ้ง (?)  แต่งานมาปัญหาก็เกิดตามมาด้วย  เพราะลูกค้าบางคน ดันเปลี่ยนใจอยากได้เจ้าของบริษัทกับหุ้นส่วนไปเป็นคอลเล็คชั่นแพ็คคู่ซะงั้น  บางคนติดใจคอยส่งข้าวส่งน้ำ หลายคนคอยตามติดชีวิตส่วนตัวทุกมุม คอยถ่ายรูปเอาไปทำป้ายไวนิลแปะฝาบ้าน

 

 

แรกๆก็ไม่มีใครสนใจหรอกครับ ถือซะว่าเค้าช่วยโปรโมทบริษัทให้โดยไม่ต้องเปลืองตังค์จ้างบริษัทโฆษณา  แต่อยู่ดีๆหายนะก็บังเกิดครับ  ไดจัง แฟนพี่เคย์มาเจ๊อะเข้าตอนที่เก้งกวางทั้งหลายกำลังพยายามจะฉุดกระชากลากเจ้าของบริษัทกับหุ้นส่วนไปทำมิดีมิร้ายอยู่พอดี

 

 

หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น? ... ผมไม่บอกหรอกครับ  ภาพพี่เขย + สะใภ้  ยกตู้เย็นทุ่มใส่แฟนคลับไอ้พี่เคย์ ไอ้พี่เคตแล้ว  บอกได้คำเดียวครับ..

 

 

สยองงงง....

 

 

จากนั้น.. มาตรการความปลอดภัยรูปแบบใหม่ถูกนำมาใช้แบบไม่มีกำหนดเปลี่ยนแปลง  ก็ไอ้เครื่องแสกนลายนิ้วมือที่ลูกบิดประตูเนี่ย!!

 

 

เคยถามว่าทำไมมาติดแค่ห้องนี้ห้องเดียว  ไม่ติดซะที่ประตูหน้า  กรุสมบัติมหาศาลข้างล่างจะได้ปลอดภัยด้วย  ไดจังก็ตอบว่า

 

 

“ของพวกนั้นมีเงินก็ซื้อใหม่ได้  แต่ไอ้สองหล่อที่อยู่ในห้องนั่นน่ะ  ถ้าบุบสลายไปแล้วหาใหม่ไม่ได้นะ”

 

 

เออจริง!!!

 

 

แต่ไอ้ที่มายืนบื้ออยู่หน้าประตูออฟฟิซนี่ไม่ใช่เพราะกลัวบรรดาแฟนคลับแอบเข้าข้างหลังบังคับจี้คอให้แสกนนิ้วเปิดประตูหรอกครับ 

 

 

แต่ผมสงสัย.. ว่าทำไมต้องเป็นทูเคย์

 

 

ก็แปลก.. เดินเข้าออก เห็นป้ายทูเคย์นี่ทุกวันไม่คิดอะไร  แต่วันนี้เห็นแล้วรู้สึกแปลกๆ  อารมณ์ไหนก็บอกไม่ถูก

 

 

อันที่จริงอามรณ์ผมก็ขึ้นๆลงๆตั้งแต่เจอเพื่อนซี้ที่ชื่อยูริแล้วครับ  ไม่ใช่เพราะมันนั่งทับเจ้าแฮมของผมตายหรอกครับ  แต่เป็นเพราะมันไปลากป๋าของมันให้มาสร้างฟาร์มหนูชดใช้ให้ผมต่างหาก

 

 

ก็ป๋ายูยะของไอ้ลูกหนูยูริมันหล่อน้อยเสียที่ไหน  ถึงพุงจะล้ำไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ล้ำความหล่อของป๋าซักนิด

 

 

ตกหลุมอะไรก็ไม่รู้ละครับ   รู้แต่ว่าผมเห็นหน้าไอ้คุณป๋าลอยไปลอยมาสามเวลาหลังอาหารและก่อนนอน  เอ๋อจนโดนยูริจับได้ว่าแอบชอบป๋า  เลยต้องสารภาพออกมาแบบช่วยไม่ได้

 

 

แต่แค่สารภาพกะไอ้ลูกหนูของป๊ะป๋านะครับ  เพราะถึงผมจะเป็นเพื่อนซี้  แต่ยูริก็ถือคติว่าเพื่อนก็คือเพื่อน  เพื่อนเปลี่ยนสถานะเป็นแม่เลี้ยงไม่ได้   ที่สำคัญมันรักป๋าหวงป๋ายิ่งกว่าไข่ ( ในหิน )  ผมก็เลยได้แต่แอบชอบป๋าแบบห่างๆ

 

 

“อ้าวริว! ทำไมมายืนตรงนี้ล่ะ  เข้าไปข้างในสิเคย์โตะกำลังถามหาอยู่พอดี”

 

 

พอได้ยินชื่อหุ้นส่วนของพี่ชาย ความหงุดหงิดก็เล่นปรี๊ดขึ้นสมอง

 

 

“ไม่เอา!!! ไม่อยากเห็นหน้าไอ้พี่เคต!!”

 

 

แล้วผมก็สะบัดหน้าหนี  เดินหนี  ทิ้งปัญหาให้คุณพี่ในไส้ขมวดคิ้ว  เตรียมพร้อมกลับเข้าไปเล่นงานหุ้นส่วน  อย่างที่ผมได้ยินเสียงแหลมๆ เล็ดรอดจากประตูห้องตามหลังในหนึ่งนาทีต่อมา

 

 

“มึงทำอะไรน้องกู!!!”

 

 

พี่ผม ... กับเพื่อนกับฝูงภาษาดอกไม้ไม่มีซะล่ะ

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

ผมนั่งอยู่ในฟาร์มแฮมสเตอร์ส่วนตัวที่ป๋าของไอ้ยูริสร้างให้  พื้นที่หนึ่งตารางวาเนี่ย เป็นฐานลับส่วนตัวเวลาที่ผมมีเรื่องหงุดหงิดแต่ไม่อยากเหวี่ยงวีนกับใคร  ผมก็จะมาที่นี่    มานั่งมองหนูแฮมสเตอร์วิ่งอยู่ในจักรหมุนให้มันเวียนหัวเล่นๆ

 

 

“ริวจัง”

 

 

ไอ้พี่เคตพกพาหน้าหล่อกล้ามโตแบบไม่บุบสลายมาตามหาผม  แต่ให้ตาย!! ทำไมไอ้พี่เคย์ไม่ยักกะกางเล็บฟ้อนใส่ให้หน้าลายอย่างที่ผมคิดไว้ล่ะเนี่ย

 

 

“ริวจัง  โกรธอะไรอยู่เหรอ?”

 

 

โกรธมึงนั่นแหละครับ!! ไอ้พี่เคต  รู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั๊ย ว่าคนที่ผมแอบชอบคือเพื่อนตัวเองน่ะ  ไอ้บ้าเอ๊ยยย!!  นั่งฟังผมเพ้อถึงป๋าของไอ้ยูริอยู่เป็นเดือนๆ แต่ไม่บอกผมซักคำว่ารู้จักกัน

 

 

“ริวจัง”

 

 

เรียกอยู่ได้โว้ย!!! น่ารำคาญ!!!  แต่พอหันไปเห็นไอ้หัวเม่นกำลังมุดเข้าฟาร์มหนูมาหาผม เลยต้องร้องลั่น

 

 

“จะเข้าทำบ้าอะไรเล่า!!! ที่มีอยู่แค่นี้ ออกไปยืนข้างนอก!! “

 

 

พื้นที่หนึ่งตารางวาแค่ผมคนเดียวก็แออัดจะแย่แล้ว  ลองไอ้พี่เคตเข้ามาสิมันคงเหยียบบรรดาน้องแฮมของผมตายหมดฟาร์ม 

 

 

ด่าแล้วยังมีหน้ามายิ้มให้อีก!!

 

 

“ก็นึกว่าริวไม่ได้ยินที่พี่ถาม”

 

 

“ได้ยิน!!! แต่ไม่อยากคุยด้วย!! มีอะไรมะ?”

 

 

“ยังโกรธพี่เรื่องยูยะอีกเหรอ?”

 

 

สะบัดหน้าหนีเพราะคำถามมันจี๊ดแทงใจ  ก็เออสิ!!!  ปล่อยให้เราเพ้อเป็นบ้าเป็นหลังแล้วก็แอบหัวเราะอยู่ในใจใช่มั๊ยล่ะ  เจ็บใจนัก!!!

 

 

“รู้ไหมทำไมพี่ไม่บอกว่ารู้จักยูยะ”

 

 

ไม่อยากรู้!!! คนเค้าหันหลังให้แล้วยังคิดจะคุยด้วยอีก  เออ!! อยากพูดก็พูดไป  แต่อย่านึกว่าจะฟังนะ

 

 

“เพราะพี่อยากให้ริวตัดใจ”

 

 

ไม่ฟังครับ...แต่หันกลับไปมองหน้าไอ้คนพูดอย่างเร็วจนคอแทบหัก  หมายความว่าไงวะ?

 

 

“ทำไมต้องให้ตัดใจด้วย  แค่ชอบไปเรื่อยๆแบบนี้มันไปหนักหัวใครรึไง?”

 

 

“พี่ไม่อยากเห็นริวผิดหวัง”

 

 

“ไอ้-!!”

 

 

หันหลังใส่เลย อยากด่าแต่ก็ด่าไม่ออก  น้ำตามันพาลจะไหลแทนซะงั้น   รู้แล้วโว้ยว่ายูริมันหวงพ่อ รักพ่อมากกว่าเพื่อน  แล้วไอ้พ่อของเพื่อนก็ไม่มีวันจะหันมาแลเพราะมันรักลูก  แต่จะมาพูดตอกย้ำทำไมวะ  เดี๋ยวปั๊ดเขวี้ยงอาหารหนูใส่ให้หมดหล่อเลย

 

 

“ผิดหวังก็ผิดหวังคนเดียว! เจ็บก็เจ็บคนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร! ไม่ต้องมายุ่งเลย!!”

 

 

“ริวจังนี่น๊า~ ไม่เข้าใจอะไรซะเลย”

 

 

พูดอยู่ประโยคเดียวแล้วก็เงียบไปเป็นชาติ!!  พอหันหลังกลับไป  ไอ้พี่เคตก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว...

 

 

อารมณ์อะไรสักอย่างแล่นขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก จะว่าโกรธก็ได้  น้อยใจก็ด้วย  ตอนที่คิดว่ารักเขาแล้วเขาไม่รักตอบ นี่เจ็บแล้วนะ  แต่ตอนที่หันไปเห็นว่าข้างๆเรามันไม่มีใครเนี่ย..

 

 

เจ็บยิ่งกว่า...

 

 

แล้วน้ำตาที่ปริ่มๆจะไหลก็ทะลักทะลายออกมายิ่งกว่าเขื่อนแตก  ไอ้พี่เคต!!! ไอ้คนโกหก!! ไหนเคยสัญญาว่าจะคอยอยู่ข้างๆไงเล่า!!!  แค่ออกปากไล่หน่อยเดียวก็ทิ้งกันไปได้ไง ?  งี่เง่า!!!

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

หลังจากที่ร้องไห้จนหัวเข่าเปียกปอนน้ำมูกน้ำตาอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง  ผมก็ตัดสินใจมุดออกจากฟาร์มหนูส่วนตัว  ออกมาเผชิญโลกแห่งความจริง  แต่ตาที่บวมฉึ่งเลยทำให้วิสัยทัศน์เบลอยิ่งกว่าคนสายตาสั้นสี่ร้อยไม่ใส่แว่น   ทำให้ผมเหยียบอะไรไม่รู้สะดุดล้มหน้าคว่ำ

 

 

“ริวจัง  ยังโกรธพี่อยู่อีกเหรอ?”

 

 

เวร!! นี่ผมเหยียบโดนส่วนไหนของไอ้พี่เคตวะเนี่ย  สมองถึงได้เบลอถามผมแบบนี้แทนที่จะร้องโอดโอยที่โดนผมเหยียบแถมล้มทับไปเต็มๆ

 

 

แล้วมานอนทำอะไรตรงข้างฟาร์มหนูของผมมิทราบ ที่ผมเห็นว่าหายไปเป็นเพราะที่แท้ไอ้พี่เคตนอนหลับ  แว้กๆๆๆๆ  แบบนี้มันก็ได้ยินผมร้องไห้ฟูมฟายด่ามันเมื่อกี๊อะดิ!!

 

 

“ทำไมยังไม่กลับไปอีก”

 

 

“ก็พี่ชายริวไม่ยอมให้พี่เข้าออฟฟิซจนกว่าจะง้อริวได้น่ะสิ”

 

 

“อ๋อเหรอ?!!!”

 

 

ปรี๊ดขึ้นสมอง!!!  ที่แท้ไอ้พี่เคตมันไม่ได้ห่วงผม แต่กลัวหุ้นส่วนมันเล่นงานว่างั้น  ขอเหยียบซ้ำอีกทีเถอะ!!

 

 

“ไอ้พี่เคต!! ปล่อย!!”

 

 

พอผมทำท่าจะลุก  ไอ้พี่เคตก็ตวัดแขนกอดผมไว้ทั้งตัว  ไอ้บ้านี่ก็กล้ามโตแรงเยอะซะจนผมดิ้นไม่หลุด  ท้ายที่สุดแล้วผมก็ดิ้นจนหมดแรงซะเอง

 

 

อยากกอดก็กอดไป!! ขี้เกียจดิ้นแล้ว

 

 

“ไม่โกรธแล้วเหรอ?”

 

 

“โกรธ!! แต่เหนื่อยแล้ว!! ง่วงด้วย!!”

 

 

นี่ถ้าไอ้พี่เคตไม่กดหัวผมไว้กับอกล่ะก็ พ่อจะงับให้หัวขาดเลย แง่ง!!!

 

 

“เหรอ? งั้นริวโกรธพี่นานอีกหน่อยก็ได้  พี่ขี้เกียจเข้าออฟฟิซ”

 

 

จะใช้ผมเป็นข้ออ้างโดดงานว่างั้น ?  หุ้นส่วนใครวะ  ดี๊..ดี..  คอยดูเหอะ  ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่จะไปฟ้องไอ้พี่เคย์

 

 

แต่ตอนนี้ตาจะปิดแล้ว ... สงสัยร้องไห้มากไปหน่อยมั้ง  หัวผมก็เลยวางแปะอยู่บนอกหนาๆของไอ้พี่เคต  เอาแขนวางพาดตัวแล้วก็หลับ..

 

 

แต่ก่อนจะหลับ.. แว่วๆว่าไอ้พี่เคตมันบ่นอะไรนะ

 

 

 

“แก้ปัญหาเรื่องความรักของคนอื่นได้เป็นร้อยเป็นพัน.. แต่เรื่องของตัวเองดันทำไม่ได้  แย่จริงๆเลยน๊า~”

 

 

 

บ่นไรวะ?  คนจะหลับ  หนวกหูว้อยย!!! 

 

 

 

 

 

+++++++จบแล้วจ๊ะ+++++++

Comment

Comment:

Tweet