Title       -:-           [Fiction](¯`·._.·[ ❤The day we kissed❤ ]·._.·´¯) Eleven

 

Writer   -:-           Nalikakeaw

 

Pairing  -:-           Okadai,Takayabu,Nakachi,Hikainoo,Yamaryu

 

 

 

 

 

 

 

 

                ยูริเป็นคนพูดจริง...และทำจริง

 

 

                พูดคำไหนคำนั้น...บอกว่าจะไม่คุย คือไม่คุย    ยูริไม่คุยกับยูโตะมาเป็นอาทิตย์แล้ว  แม้แต่หน้า...ก็ยังไม่มอง

 

 

                ทำให้ยูโตะที่แสนจะร่าเริง ห่อเหี่ยวกลายเป็นต้นทานตะวันแดดเดียวขาดน้ำ   น่าสงสารเป็นที่สุด  แต่ยามาดะก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไง  เพราะตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน

 

 

                เพิ่งรู้ว่าคนหน้าตาน่ารักบ้องแบ๊วสองคน  จะทำปั้นปึ่งเย็นชาได้โหดร้ายขนาดนี้  เจอกัน...มองเห็นกัน  แต่ทั้งยูริและริวทาโร ทำเหมือนพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้เลย ยูโตะทำได้แค่มองตามตาละห้อย  ยามาดะนั้นตอนแรกทำตรงกันข้าม   แต่สงครามก่อกวนไม่ได้ผลเมื่อต้องมาเจอความเย็นชาแบบยกกำลังสอง  เลยต้องถอยออกมาหากลยุทธ์ใหม่

 

 

                “แบบนั้นไม่ได้ผลหรอก”

 

 

                ยูโตะฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียน  ทำท่าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก  ยามาดะเห็นแล้วอยากเตะซักป๊าบ 

 

 

                “แทนที่จะมานั่งซึมแบบนี้  มาช่วยกันคิดวิธีให้เขาหายโกรธดีกว่าไหม?”

 

 

                “ก็ลองมาหมดแล้วนี่”  ยูโตะถอนหายใจยาว  สารพัดวิธีจะง้อ ทั้งดอกไม้ ทั้งขนม  ลงทุนตื่นแต่เช้ามานั่งทำข้าวกล่องให้  วุ่นวายครัวแทบพัง  แต่อีกฝ่ายไม่แลเลยจนนิดเดียว  กลางวันนี้ยูริก็หนีไปกินข้าวกับริวทาโร  ทิ้งให้ยูโตะนั่งหงอยอยู่ในห้อง  กับข้าวกล่องหน้าตาประหลาดที่ยังอุตส่าห์พกมาจากบ้านด้วย

 

 

                “ยามะจังกินก็แล้วกัน  ไม่ได้อยู่ข้างๆยูริ ฉันกินไม่ลง” 

 

 

                ยามาดะไม่นึกอยากกินอะไรตอนนี้   ไม่ใช่เพราะโรค  “ไม่ได้เห็นหน้าเจ้า  กินข้าวไม่ลง”  เหมือนยูโตะ   เพียงแต่เขาไม่แน่ใจ...

 

 

                ยามาดะคีบไส้กรอกดำปี๋ชิ้นหนึ่งขึ้นมาดูแล้วถอนใจหนัก...

 

 

                ข้าวกล่องฝีมือยูโตะ   ขืนกินเข้าไป...ตายแหงๆ

 

 

                ไม่ได้คิดถึงใครเลยจริงจริ๊ง!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

 

 

                ส่วนยูริ   ถึงจะหนีมากินข้าวกลางวันกับริวทาโร  แต่ใจก็ลอยกลับไปหายูโตะที่ห้องเรียน  ไม่แยแสข้าวกล่องจากบ้านโมริโมโตะที่วางอยู่ตรงหน้า

 

 

                “นายไม่เห็นต้องทะเลาะกับยูโตะเพราะเรื่องของฉันเลยนี่นา”

 

 

                “ฉันโกรธยูโตะที่ไม่เห็นความสำคัญเรื่องจูบต่างหาก  ไม่ใช่เพราะริวจังทะเลาะกับยามะจังซักหน่อย”

 

 

                คนฟังแทบสำลักข้าวที่เพิ่งคีบเข้าปาก  รู้สึกร้อนๆหนาวๆเพราะเหตุการณ์ที่ไม่อยากจำดันแวบขึ้นมาในความคิด  รอยความรู้สึกอุ่นชื้นที่ริมฝีปากกับภาพใบหน้าของยามาดะในระยะประชิด  จนถึงวันนี้ก็ยังสลัดไปให้พ้นไม่ได้

 

 

                จูบแรกของเขารึ?...ก็ไม่ใช่ 

 

 

                แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้โกรธนัก  ต่อให้ทุบหัวยามาดะจับใส่กระสอบแล้วเอาไปโยนทิ้งทะเลก็ไม่ทำให้หายแค้น

 

 

                “ต่อไปจะไม่ทะเลาะแล้ว เพราะฉันจะเลิกคบกับหมอนั่นเลย”

 

 

                “หือ? ริวจังคบกับยามะจังตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

 

                กุ้งทอดตัวโตที่กำลังเคี้ยวหมดอร่อยทันที  ยูริหัวเราะคิก   ริวทาโรดื่มน้ำชาอึกใหญ่ ก่อนจะหันมาย่นจมูกใส่ยูริ

 

 

                “ทำเป็นเล่นไปเถอะ  ระวังยูโตะให้ดี  ปล่อยให้หงอยมากๆเดี๋ยวก็ทำเรื่องยุ่งอีก  เมื่อวานก็เพิ่งทำสารเคมีระเบิดในวิชาวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เหรอ?”

 

 

                “ตอนทำข้าวกล่องเมื่อเช้าก็ลืมปิดแก๊สด้วย” ยูริถอนหายใจ  ถ้าไดกิไม่ได้กลับบ้านในตอนสายละก็  ไฟไหม้บ้านแน่ๆ  ยูริยังหูชาไม่หายตั้งแต่ตอนที่ถูกไดกิโทรฯมาบ่น

 

 

                ได้ยินว่าก่อนมาถึงโรงเรียนก็เดินใจลอยจนเกือบจะถูกรถเฉี่ยวเอาด้วย

 

 

                ไม่รุ้ว่าต่อไปจะก่อเรื่องอะไรอีก 

 

 

                “เป็นห่วงก็รีบไปคืนดีซะสิ  เกิดยูโตะทำตัวเองแข้งขาหักขึ้นมา คนที่ต้องลำบากดูแลก็คือนายนั่นแหละ”

 

 

                “ยังหรอก” ยูริตอบอย่างใจเย็น “จนกว่ายูโตะจะทำเรื่องที่ควรทำซะก่อน”

 

 

                ตอนนั้นเองที่ทั้งคู่สังเกตเห็นว่ารอบๆตัวพวกเขา  มีผู้คนนั่งกันเต็มพรืด ซึ่งผิดปกติอย่างที่สุด เพราะแม้ว่าโรงเรียนนี้จะเป็นโรงเรียนสำหรับพวกคุณหนูบ้านรวยทั้งหลาย  แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะลงมานั่งกินกลางวันที่โรงอาหาร  ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะพกอาหารมาจากบ้าน  หรือบางที..ก็จะพกพ่อครัวมือหนึ่งจากภัตตาคารชั้นหนึ่งมาทำให้กินกันสดๆ ในห้องเรียน  บางครั้งก็ในสวน

 

 

                ริวทาโรเบื่อความโกลาหลวุ่นวายที่เกิดจากพ่อครัวกระทะเหล็ก และไม่อยากอวดร่ำอวดรวยอย่างใครเขา ทุกวันจึงได้แต่พกข้าวกล่องธรรมดาๆ  มานั่งกินกับน้องชายและเพื่อนที่ห้องเรียนบ้าง  โรงอาหารที่แทบจะร้างผู้คนบ้าง

 

 

                แต่วันนี้นักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนมาอยู่ในโรงอาหาร  นั่งฟังพวกเขาคุยกันโดยที่ยูริและริวทาโรไม่สังเกตเลยซักนิด

 

 

                ยูริมองไปรอบๆพลางนึกว่าเมื่อครู่  พวกเขาคุยกันเรื่องอะไรบ้าง   แต่เมื่อหันไปสบตากับริวทาโร ยูริก็ค่อยๆเลื่อนตัวลงไปขดอยู่ใต้โต๊ะ  พลางมองขาของเพื่อนนักเรียนที่พยายามวิ่งแข่งกันออกไปจากโรงอาหารเพื่อให้พ้นจากรัศมีข้าวของที่ริวทาโรขว้างปา

               

                เห็นแบบนี้แล้วยูริก็นึกถึงร่างสูงที่คอยเป็นที่กำบังให้ยามริวทาโรอาละวาดขึ้นมาจับใจ

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

 

 

                นานๆทีพี่น้องจะมีโอกาสกินข้าวเย็นกันพร้อมหน้า  แต่อาหารมื้อนี้ไม่อร่อยสักนิด  ยูริ  และไดกิ ต่างคนก้มหน้ากินเหมือนไม่รู้รสอาหาร ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ากินอะไร  กินเสร็จต่างคนก็ทำหน้าที่เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมา

 

 

                ยาบุสุดจะทนกับความรู้สึกวังเวงเหมือนอยู่ในสุสาน   แต่ไม่รู้จะจัดการทางไหนก่อน  หันไปหันมาก็ไปเจอเข้ากับสิ่งมีชีวิตผอมๆสูงๆ กำลังล่องลอยไร้สติขึ้นชั้นสองไป  แล้วก็ตัดสินใจว่าควรจะไปแก้ปัญหาของคนที่อาการหนักที่สุดก่อนจะดีกว่า

 

 

                ถ้าหากว่ายาบุไม่เคยเห็นมาก่อน  เขาคงจะช็อคตายแน่ๆ ตอนที่เปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วเห็นยูโตะนอนเอาตัวพาดขวางเตียง ปล่อยให้หัวตกห้อย  ตาลอย แล้วก็อ้าปากค้างแบบนี้

 

 

                ถูกยูริโกรธแค่นี้ทำท่าเหมือนคนจะตาย  โดนเตะซักทีดีมั๊ย เผื่อจะหายหงอย

 

 

                “ถูกโกรธเรื่องอะไรล่ะ?”  ยาบุไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา  ทันทีที่นั่งลงบนเตียง  ยูโตะค่อยๆพลิกตัวนอนคว่ำ  จากนั้นก็เล่าเรื่องราวแบบอืดๆ เหมือนหุ่นยนต์ที่แบตเตอร์รี่ใกล้จะหมด  ยาบุคิดเล่นๆว่าจะตบกะโหลกน้องเร่งสปีดดีไหม?  แต่มันคงไม่ช่วยทำให้อะไรๆดีขึ้น

 

 

                “ฉันไม่ได้เห็นเรื่องจูบเป็นเรื่องเล่นๆซักหน่อยนี่”  ยูโตะโอดครวญหลังจากที่เล่าเรื่องจบ  “ยามะจังต่างหากที่ไม่เห็นความสำคัญเลยไปแกล้งริวจังแบบนั้น”

 

 

 

                “ก็ดันไปพูดจาเข้าข้างยามาดะทำไม?”  พี่ชายคนโตซ้ำเข้าให้  “ยูริก็เลยเข้าใจผิดว่านายเองก็ไม่ได้จริงจัง  ทั้งๆที่นายเองก็จูบยูริ เช้า เย็น ก่อนนอน  แล้วก็ก่อนตื่นนอนด้วยซ้ำ” 

 

 

                ที่จริง  ยาบุพอจะเดาได้ว่ายูริไม่ได้โกรธจริงจังนัก  เจ้าตัวคงอยากจะดัดนิสัยยูโตะที่เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุกสนานไปเสียหมด ไม่เว้นกระทั่งปัญหาของเพื่อน  แต่คำพูดของเขากลับทำให้คนฟังตกใจจนลืมหงอยไปชั่วขณะ

 

 

                “เห็นว่าฉันไม่ค่อยกลับบ้าน   เลยคิดว่าไม่รู้อะไรงั้นสิ?”

 

 

                ยาบุทำตาดุใส่   ยูโตะทำหน้าแห้งเหี่ยวแล้วก็กลับไปหงอยตามเดิม  คนเป็นพี่เลยดุต่อไม่ลง  แต่พอยูโตะเล่าให้ฟังว่าง้องอนยูริยังไงบ้าง  ก็อดจะซ้ำอีกรอบไม่ได้

 

 

                “ก็สมควรอยู่หรอกที่ยูริจะโกรธนานขนาดนี้  นายยังไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำเลยนี่นา”

 

 

                “ชินจังก็พูดแบบนี้แหละ  แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรนี่!!!!”

 

 

                “ไม่รู้จริงๆเหรอ?”  ยาบุหรี่ตามองน้องอย่างเอาเรื่อง  “จำได้ไหมว่าพ่อกับแม่สอนไว้ว่ายังไง? เวลาที่เราทำผิดน่ะ”

 

 

                ยาบุหมายใจเอาไว้ว่าถ้าหากยูโตะมีความรักจนขาดสติ จำไม่ได้แม้กระทั่งคำสอนของพ่อแม่ที่ตายไปละก็  เขาจะบังคับให้เลิกกันแน่ๆ  ไม่ว่าทั้งคู่จะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม  แต่โชคดียังเป็นของยูโตะ  เพราะหลังจากที่พยายาม    ตั้งสติคิดย้อนไปในช่วงวันเวลาที่พ่อกับแม่ยังอยู่   แล้วก็เหมือนจะคิดอะไรได้

 

 

                แววตาเหงาเศร้าซึมเปลี่ยนเป็นใสปิ๊งเหมือนลูกหมาได้ของเล่นชิ้นโปรดทันที

 

 

 

                  “นึกออกแล้วสินะ”  ยาบุถอนใจ  นึกว่าจะต้องได้เล่นบทโหดซะแล้ว

 

 

                ยูโตะยิ้มแผล่  ตะกายลุกขึ้นจากเตียงได้ปุ๊บ ก็วิ่งโครมๆไปหาเป้าหมายทันที

 

 

                                                                                                                              

                ยูริไม่แปลกใจเลยที่พบว่ายูโตะ